แมวโนอาและเด็กชายกระปุกครีม

เรื่องราวเริ่มขึ้นในวันที่แสนธรรมดาของเด็กชายกระปุกครีม เด็กชายที่ไม่ค่อยมีความสามารถพิเศษอะไร มักจะโชคร้ายและเผชิญกับปัญหาต่างๆ เสมอ เขามักถูกเพื่อนแกล้ง ถูกครูดุ และมีผลการเรียนที่ไม่ดี

วันหนึ่ง ขณะที่เด็กชายกระปุกครีมกำลังกลับบ้านอย่างหดหู่ เขาได้พบกับหุ่นยนต์แมวสีฟ้าที่ชื่อว่า แมวโนอา แมวโนอาแนะนำตัวเองว่าเขามาจากอนาคต จากศตวรรษที่ 22 และถูกส่งมายังปัจจุบันโดยเซวาชิ หลานชายของเด็กชายกระปุกครีม

เซวาชิบอกว่า ถ้าเด็กชายกระปุกครีมไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองและชีวิตของเขาในปัจจุบัน เขาจะทำให้ครอบครัวประสบกับปัญหาทางการเงินและความยากลำบากในอนาคต ดังนั้น แมวโนอาจึงถูกส่งมายังอดีตเพื่อช่วยเด็กชายกระปุกครีมปรับปรุงชีวิตของเขาและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

แมวโนอามีของวิเศษมากมายในกระเป๋าวิเศษของเขา ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้ ในตอนแรกนี้ แมวโนอาได้ใช้ “คอปเตอร์ไม้ไผ่” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถบินได้ โดยหมุนไปบนศีรษะ และ “ประตูไปที่ไหนก็ได้” ที่สามารถเปิดไปยังสถานที่ใดก็ได้ที่ต้องการ

หลังจากที่แมวโนอาเข้ามาในชีวิตของเด็กชายกระปุกครีม ความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้น เด็กชายกระปุกครีมเริ่มมีความหวังและกำลังใจมากขึ้นเมื่อรู้ว่าเขามีเพื่อนที่มาจากอนาคตคอยช่วยเหลือ

ในตอนนี้ เด็กชายกระปุกครีมต้องการไปที่สนามหญ้าของโรงเรียนเพื่อเล่นกับเพื่อน ๆ แต่เนื่องจากเขามักจะเดินทางช้าและมักจะมาสายเสมอ เขาจึงมักพลาดการเล่นกับเพื่อนๆ แมวโนอาเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจช่วยเด็กชายกระปุกครีมด้วยการใช้ของวิเศษ

แมวโนอาเปิดกระเป๋าวิเศษและหยิบ “คอปเตอร์ไม้ไผ่” ออกมา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่สามารถบินได้โดยการหมุนไปบนศีรษะ แมวโนอาสอนเด็กชายกระปุกครีมวิธีการใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ และทั้งสองก็เริ่มบินขึ้นไปในอากาศ เด็กชายกระปุกครีมรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเขาไม่เคยมีประสบการณ์บินมาก่อน

ด้วยความช่วยเหลือของคอปเตอร์ไม้ไผ่ เด็กชายกระปุกครีมสามารถบินไปถึงสนามหญ้าของโรงเรียนได้อย่างรวดเร็วและทันเวลาเพื่อเล่นกับเพื่อน ๆ ทุกคนตื่นเต้นและประทับใจเมื่อเห็นเด็กชายกระปุกครีมบินมาถึง

อย่างไรก็ตาม การใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่ก็มีความยากลำบาก เด็กชายกระปุกครีมต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมมันให้ดี มิฉะนั้นเขาอาจจะบินไปชนกับสิ่งต่างๆ แมวโนอาช่วยเด็กชายกระปุกครีมฝึกฝนและเรียนรู้วิธีการใช้อย่างถูกต้อง

ในตอนท้ายของตอนนี้ เด็กชายกระปุกครีมสามารถใช้งานคอปเตอร์ไม้ไผ่ได้อย่างคล่องแคล่ว และเขาได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการฝึกฝนและความพยายามในการทำสิ่งใหม่ๆ แมวโนอาและเด็กชายกระปุกครีมกลับมาบ้านพร้อมกับความรู้สึกที่ดีและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นขึ้น

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ขายรถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

ขายรถที่ยังติดไฟแนนซ์อยู่มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

หากคุณมีความจำเป็นต้องขายรถในขณะที่ติดไฟแนนซ์อยู่นั้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลด้วยอะไรก็ตาม เช่น ผ่อนไม่ไหว หรือต้องการเปลี่ยนรถคันใหม่ ฯลฯ เหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่อาจมีขั้นตอนมากกว่าการขายรถที่ผ่อนหมดแล้วอยู่เล็กน้อย

1.นำเงินก้อนไปปิดไฟแนนซ์ก่อนแล้วค่อยขาย

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินมากพอที่จะนำเงินก้อนไปปิดสัญญาทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถจากไฟแนนซ์มาเป็นของเราเอง จากนั้นจึงเลือกวิธีขายเองหรือขายเต๊นท์ก็แล้วแต่สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาทางการเงิน แต่มีความต้องการเปลี่ยนรถคันใหม่จริงๆ

2.ขายดาวน์รถติดไฟแนนซ์

อีกวิธีหนึ่งคือหาคนมาซื้อรถที่ติดไฟแนนซ์จากเราต่ออีกที โดยผู้ที่มาซื้อต่อนั้นต้องมีเงินก้อนมาปิดบัญชีไฟแนนซ์แทนเรา และกรรมสิทธิ์ก็จะตกเป็นของผู้ที่มาซื้อรถต่อจากเราทันที โดยผู้ซื้อจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งหากเราตั้งราคาขายไว้สูง ก็อาจจะได้ส่วนต่างที่เหลือไว้สำหรับซื้อรถใหม่ หรือไปลงทุนในกิจการอย่างอื่น หรือไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นแทน

3.ขายดาวน์รถแบบเปลี่ยนสัญญา

วิธีนี้ก็ช่วยให้เราขายรถติดไฟแนนซ์ได้เช่นกัน ซึ่งผู้ที่มาซื้อรถต่อจากเราไม่จำเป็นต้องมีเงินสดเป็นก้อนสำหรับปิดไฟแนนซ์ แต่มีกำลังและความสามารถที่จะผ่อนรถยนต์ต่อจากเราได้  หากหาผู้ซื้อได้แล้วก็ให้ยื่นเรื่องไปทางไฟแนนซ์ เพื่อขอให้เปลี่ยนสัญญาชื่อผู้ผ่อนรถเป็นชื่อผู้ซื้อคนใหม่แทน อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จะขายรถได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับผู้ซื้อรายใหม่ด้วยว่ากำลังจ่ายค่างวดต่อเดือนสัมพันธ์กับยอดจัดสินเชื่อที่ไปกู้ไฟแนนซ์เพื่อมาซื้อรถต่อจากเราหรือไม่ 

4.ขายให้เต๊นท์รถมือสอง

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ร้อนเงิน หรือหาผู้มาซื้อรถต่อจากคุณไม่ได้ การขายรถที่ติดไฟแนนซ์ให้กับเต๊นท์รับซื้อรถมือสอง นับว่าเป็นทางเลือกที่ง่ายและรวดเร็วมากที่สุด โดยเต๊นท์รถรับซื้อรถติดไฟแนนซ์จะทำการปิดไฟแนนซ์ให้คุณเอง เต้นท์อาจให้ราคาต่ำกว่าราคากลางตามท้องตลาดไปบ้าง เพราะเต้นท์ต้องการกำไรและเพื่อส่วนต่างไว้ซ่อมแซ่มรถเพิ่มเติมก่อนขายต่อให้ลูกค้า  

ไม่ว่าจะตัดสินใจขายรถติดไฟแนนซ์ด้วยวิธีใดก็ตาม อย่าลืมตรวจเช็กสัญญาซื้อขายหรือสัญญาการผ่อนชำระค่างวดรถด้วยว่าไม่มีชื่อคุณเป็นผู้รับผิดชอบแล้ว โดยจะต้องเป็นชื่อผู้มาซื้อรถต่อหรือเต๊นท์รับซื้อรถยนต์เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาฉวยโอกาสหลอกลวงคุณได้ง่าย ๆ   


สิ่งสำคัญที่สุดของขายดาวน์หรือขายให้เต๊นท์รถมือสอง คือ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเปลี่ยนสัญญาไปเป็นผู้ซื้อต่อทันที เนื่องจากตามกฎหมายแล้วผู้เช่าซื้อไม่สามารถนำรถไปขายต่อได้ หากผู้ซื้อต่อเกิดเบี้ยวไม่จ่ายค่างวดแล้วล่ะก็ อาจกลายเป็นปัญหาหนี้ก้อนใหญ่ย้อนกลับมาที่ตัวคุณเองก็เป็นได้

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

สูตรลับของความงาม... หรือคำสาป?

เรื่องเล่า สูตรลับของความงาม... หรือคำสาป?

เรื่องราวของ "น้องกระปุกครีม"

ลูกสาวเจ้าสัวโรงงานผลิตกระปุกครีม แม้จะเติบโตมากับธุรกิจเครื่องสำอาง แต่เธออยากพิสูจน์ตัวเอง
พร้อมกับ "ขวัญ" เพื่อนสนิท ทั้งคู่จึงร่วมมือกันสร้างแบรนด์ครีมของตัวเอง

สินค้า: "เซรั่มย้อนวัย DNA Glow"

วัยรุ่นสมัยนี้คลั่งไคล้ผิวเนียน เด้ง เหมือนใช้ฟิลเตอร์ ทั้งสองคนจึงคิดค้น เซรั่มย้อนวัย DNA Glow
อ้างว่าใช้เทคโนโลยีล้ำยุค ฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ ทำให้หน้าดูเด็กลงราวเวลากลับด้าน

แผนธุรกิจแบรนด์ครีม "DNA Glow"

1. วิสัยทัศน์ และเป้าหมาย

  • สร้างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ให้ผลลัพธ์ราวกับย้อนเวลา
  • เป็นครีมลับเฉพาะที่ถูกพูดถึงในหมู่เซเลบและสายมู
  • ทำรายได้ 100 ล้านบาทในปีแรก

2. สินค้า: เซรั่มย้อนวัย "DNA Glow"

  • ใช้ "Bio-Reverse Technology" จำลองกระบวนการฟื้นฟูเซลล์
  • สารสกัดจาก "พืชศักดิ์สิทธิ์" ที่เติบโตเฉพาะในพื้นที่ลึกลับ
  • ✅ ทำให้ผิวเด็กลงภายใน 7 วัน
  • ✅ กระตุ้นคอลลาเจน 10 เท่า
  • ✅ ไม่มีสารอันตราย (แต่มีบางอย่างที่แม้แต่เจ้าของแบรนด์ยังไม่รู้)

3. กลยุทธ์การตลาด

🔹 ต้นน้ำ: การพัฒนาสินค้า

  • ค้นหาสูตรสร้างแบรนด์ครีมเซรั่มที่แตกต่าง โดยร่วมมือกับแล็บลับ
  • วัตถุดิบหลักเป็นพืชเกี่ยวข้องกับ "ความเป็นอมตะ"
  • ผลิตแบบ Limited Edition เพื่อเพิ่มความหายาก

🔹 กลางน้ำ: กลยุทธ์แบรนด์

  • สร้างภาพลักษณ์เป็น "ครีมลับของคนในวงการ"
  • แพ็กเกจสีดำทอง ดีไซน์คล้ายของบูชาโบราณ
  • Storytelling: "ครีมที่ค้นพบจากคัมภีร์ลับของบรรพชน"

🔹 ปลายน้ำ: การตลาด และการขาย

  • ให้เน็ตไอดอลรีวิวว่า “ใช้แล้วเปลี่ยนชีวิต”
  • จ้างสื่อทำข่าวว่าเป็นครีมหายาก ต้องจองล่วงหน้า
  • ขายแบบปิด ต้องมีสมาชิก หรือคนแนะนำ

4. อุปสรรค และความหลอนที่เริ่มเกิดขึ้น

📌 ลูกค้าหลายคนแจ้งว่า...

  • "ทำไมตอนกลางคืน เงาในกระจกดูไม่เหมือนตัวเอง?"
  • "ฉันฝันเห็นคนโบราณยิ้มให้..."
  • "หน้าฉันดูเด็กลงจริง แต่หลับตาเห็นใบหน้าที่กำลังแห้งเหี่ยว..."

📌 กระปุกครีมเริ่มสงสัย...

  • สารสกัดหลัก มันมาจาก "พืช" จริง ๆ หรือไม่?
  • ทำไมแล็บที่ผลิตสูตรนี้ถึงถูกปิดตัวกะทันหัน?
  • หรือแท้จริงแล้ว “DNA Glow” กำลัง “ยืมเวลา” ของใครบางคน?

👉 จุดไคลแมกซ์:

กระปุกครีมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายกระจก... แล้วพบว่า... ภาพสะท้อน "ไม่ใช่เธออีกต่อไป"

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

กว่าจะเป็นเศรษฐี รถยนต์มือสอง

กว่าจะเป็นเศรษฐี รถยนต์มือสอง

ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีชายหนุ่มชื่อ ทศพล เขาเกิดในครอบครัวยากจน พ่อแม่เป็นชาวนาและมีหนี้สินมากมาย ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความลำบาก แต่เขามีความฝัน—ฝันอยากเป็นเศรษฐี





ก้าวแรก: เริ่มจากศูนย์

ตอนอายุ 18 ทศพลตัดสินใจออกจากบ้านมาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ เขาไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย มีแค่ แรงกาย แรงใจ และความมุ่งมั่น

ก้าวสอง: เห็นโอกาสจากรถมือสอง

วันหนึ่ง ลูกค้าประจำที่นำรถมาล้างบ่นว่าอยากขายรถ ทศพลจึงอาสาช่วยประกาศขายให้และขอค่าคอมมิชชันเล็กน้อย ปรากฏว่าเขาหาคนซื้อได้ในเวลาไม่นาน นี่คือ เงินก้อนแรกที่เขาได้จากการเป็นนายหน้าขายรถ

ต่อมาเขาเริ่มมองเห็นโอกาสในธุรกิจ รับซื้อรถยนต์ มือสองและขายต่อเพื่อทำกำไร

ก้าวสาม: ลงทุนครั้งแรก

เมื่อเก็บเงินได้พอประมาณ เขาตัดสินใจซื้อ รถมือสองที่ราคาต่ำกว่าตลาด ซ่อมแซมให้ดีขึ้น แล้วขายต่อ กำไรครั้งแรกที่เขาได้มา ทำให้เขามั่นใจว่า นี่คือธุรกิจที่เขาจะจริงจัง

ก้าวสี่: เปิดเต็นท์รถของตัวเอง

พอมีเงินทุนมากขึ้น เขาเริ่มเปิด เต็นท์รถมือสอง และสร้างชื่อเสียงจากความซื่อสัตย์

เขาพัฒนาธุรกิจ รับซื้อรถยนต์ อย่างจริงจัง ทำให้มีลูกค้าจำนวนมาก

ก้าวห้า: ขยายธุรกิจ และเป็นเศรษฐี

เมื่อธุรกิจรถมือสองไปได้ดี เขาต่อยอดไปทำ ไฟแนนซ์รถ, ซื้อขายรถหรู และ ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

เศรษฐีผู้มั่งคั่งที่มีลูกสาวเพียงคนเดียว

กระปุกครีมนางเป็นหญิงสาวที่งดงามและเฉลียวฉลาด ด้วยความที่เศรษฐีมีทรัพย์สมบัติมากมาย เขาจึงหวังว่าลูกสาวจะได้แต่งงานกับชายหนุ่มที่เพียบพร้อม เพื่อจะได้สืบทอดธุรกิจและค้ำจุนครอบครัวให้มั่นคงยิ่งขึ้น

วันหนึ่ง เศรษฐีประกาศว่า "ชายใดที่สามารถพิสูจน์ความกล้าหาญและสติปัญญาได้ จะได้แต่งงานกับลูกสาวของข้า" แล้วจึงจัดงานแข่งขันขึ้น มีชายหนุ่มมากมายเข้ามาเพื่อทดสอบตนเอง

เศรษฐีได้ให้ผู้เข้าแข่งขันทำภารกิจสำคัญคือ "ข้ามแม่น้ำที่เต็มไปด้วยจระเข้ดุร้าย" โดยที่ชายหนุ่มที่สามารถว่ายข้ามฝั่งไปได้ก่อน จะได้รับลูกสาวของเขาเป็นภรรยา

เมื่อเสียงสัญญาณเริ่มขึ้น ไม่มีใครกล้ากระโดดลงไปในน้ำ เพราะต่างก็หวาดกลัวจระเข้ที่รออยู่ ทันใดนั้น เสียงน้ำกระเพื่อมดังขึ้น ชายหนุ่มคนหนึ่งพุ่งตัวลงไปและว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เขาว่ายสุดชีวิต หลบหลีกจระเข้ และสามารถขึ้นฝั่งอีกด้านได้สำเร็จ

เศรษฐีประทับใจมาก รีบเดินเข้าไปหาแล้วกล่าวว่า "เจ้ายอดเยี่ยมมาก! ลูกสาวของข้าจะเป็นของเจ้า เจ้ากล้าหาญที่สุดในที่นี้"

แต่ชายหนุ่มที่ยังหอบหายใจแรงรีบพูดสวนขึ้นว่า "ขอบคุณท่านมาก แต่ก่อนอื่น ข้าอยากรู้ว่า… ใครเป็นคนผลักข้าลงน้ำ!?"

หลังจากแต่งงานก็พบกับความท้าทายที่ไม่คาดคิด

เรื่องราวของ "ลูกสาวเศรษฐี" ที่หลังจากแต่งงานก็พบกับความท้าทายที่ไม่คาดคิด เริ่มต้นจากการตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจขายรถมือสองที่เธอคิดว่าคงจะทำให้เธอประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ เพราะเธอมีทุนทรัพย์และความเชื่อมั่นจากครอบครัว แต่โชคชะตากลับนำพาเธอไปพบกับความผิดหวังครั้งใหญ่

หลังจากเริ่มต้นธุรกิจไม่นาน เธอก็ได้พบกับคู่ค้าคนหนึ่งที่ดูดีและมีความเชี่ยวชาญในวงการนี้ เขาเสนอแผนการลงทุนที่ดึงดูดใจ และเธอก็ไม่ลังเลที่จะลงมือร่วมลงทุน แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่เธอไม่คาดคิดเมื่อคู่ค้าที่เธอไว้ใจนั้นกลับโกง และทำให้เธอสูญเสียเงินลงทุนไปจำนวนมาก

ช่วงเวลาหลังจากนั้น เธอรู้สึกผิดหวังและเสียใจ แต่เธอไม่ยอมแพ้ เธอใช้เวลาคิดทบทวนและตัดสินใจว่าจะแก้ไขสถานการณ์นี้ด้วยตัวเองแทนที่จะหันหลังให้กับธุรกิจ เธอเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจขายรถมือสองอย่างจริงจัง ตั้งแต่การตรวจสภาพรถ การเจรจากับลูกค้า จนถึงการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

ในขณะที่เธอกำลังมุ่งมั่นฟื้นฟูธุรกิจของตัวเอง เธอก็ได้รับการสนับสนุนจากคนสำคัญในชีวิตของเธอ "กระปุกครีม" ลูกสาวสุดที่รักของเธอ แม้ว่ากระปุกครีมยังเป็นเด็กตัวเล็ก แต่ทุกครั้งที่เห็นแม่ทำงานหนักเพื่อความสำเร็จ กระปุกครีมก็จะคอยให้กำลังใจและเสมือนเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เธอยิ่งมีพลังที่จะต่อสู้

ผ่านไปไม่นาน เธอสามารถสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมาใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยความพยายามและความมุ่งมั่น เธอเริ่มต้นจากการขายรถมือสองที่มีคุณภาพ สร้างชื่อเสียงในตลาดจนธุรกิจของเธอเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากจะได้กำไรจากการขายแล้ว เธอยังได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอีกมากมาย

ในที่สุด ธุรกิจของเธอกลับมายิ่งใหญ่กว่าที่เคย และเธอกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงหลายคนที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง เธอรู้ดีว่าแม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ความพยายามและไม่ยอมแพ้จะพาเธอไปสู่ความสำเร็จในที่สุด โดยมี "กระปุกครีม" เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เธอไม่เคยยอมแพ้.

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

เรื่องสั้น น้องกระปุกครีม

 


เดินทางเข้าป่าเพื่อไปหาคุณตาในวันหยุดสุดท้ายของเดือน น้องกระปุกครีมตัดสินใจลุยเข้าไปในป่าสำรวจสุดน่าสนใจ แต่กลับได้พบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเลยที่จะเกิดขึ้น!


ระหว่างทาง เจอเสือร้ายเมายาบ้าที่กำลังนั่งอยู่บนต้นไม้ น้องกระปุกครีมแปลกใจมาก เพราะมักจะพบสัตว์เหล่านี้ในหนังสือเรียนหรือในภาพยนตร์เป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่เคยคิดว่าจะเจอจริงกลางป่าแบบนี้!


"อ้าว! น้องกระปุกครีมมาไว้ทำไมในที่นี้?" เสือร้ายเมายาบ้าถามด้วยเสียงหวาดเสียว


"อ่านหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเองค่ะ" น้องกระปุกครีมตอบอย่างมั่นใจ


"อย่างมั่นใจเลยนะ เสียงที่ฉันได้ยินมันช่างเชื่อถือได้จริง ๆ" เสือร้ายเมายาบ้าพูดอย่างเสริมสร้าง


"ใช่ค่ะ! น้องกระปุกครีมมาเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และไม่ใช่เพื่อกลายเป็นอาหารของสัตว์ป่าค่ะ" น้องกระปุกครีมอธิบายอย่างรู้สึกผิดพลาด


"เข้าใจแล้วค่ะ! ที่นี่มันดีมาก เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะ!" เสือร้ายเมายาบ้าเสนอด้วยความสดใส


ก็เสร็จสิ้นที่นี่แล้ว สองเพื่อนที่แปลกประหลาดนี้พร้อมกันเดินทางต่อไป ทั้งสองได้พบคุณตาและมีชีวิตจริงในป่าอันสงบสุข และอาจจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายที่รอให้พวกเขาสำรวจต่อไป!


น้องกระปุกครีมจริง ๆ ก็ไม่คาดหวังว่าจะมีประสบการณ์แปลก ๆ ในการเดินทางหาคุณตาในป่า แต่เวลาที่เจอกับเสือร้ายเมายาบ้ากลับกลายเป็นเรื่องตลกสุดฮาในที่สุด!


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

การขายรถยนต์ให้กับเต้นท์รับซื้อรถยนต์ แบ่งออกเป็น 4 กรณี ดังนี้


 คิดจะขายรถยนต์ตัวเองสักคัน เรื่องสำหรับอย่างเอกสารซื้อขายรถมือสองต้องห้ามพลาด มีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมไว้ให้ดี จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง

การขายรถยนต์ให้กับเต้นท์รับซื้อรถยนต์ แบ่งออกเป็น 4 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1.รถจดเป็นชื่อบุคคลธรรมดาและไม่ติดไฟแนนซ์

1.1 สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะขีดคร่อมพร้อมเซ็นกำกับว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาได้เลยตามตัวอย่างด้านล่างครับ ขออนุญาติปิดชื่อกับลายเซ็นของเจ้าของบัตรเอาไว้นะครับ หากเจ้าของรถมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และในสมุดคู่มือจดทะเบียนยังเป็นชื่อ-นามสกุลเดิมอยู่ ต้องใช้ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลแนบด้วย

1.2 แบบคำขอโอน 1 ใบ ผู้ขายเซ็นตรงผู้โอน

1.3 หนังสือมอบอำนาจ 1 ใบ ผู้ขายเซ็นตรงผู้มอบอำนาจ ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะเขียนจุดประสงค์ในการมอบอำนาจว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาให้เหมือนในสำเนาบัตรประชาชน ส่วนบรรทัดที่เหลือให้ขีดคร่อมไปทั้งหมด

1.4 สมุดคู่มือจดทะเบียนเจ้าของรถต้องเซ็นในช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์ด้วยนะครับ

1.5 สัญญาซื้อขาย ต้องเป็นแบบที่มีฉบับสำเนาด้วย เพราะผู้ซื้อและผู้ขายต้องเก็บไว้คนละชุด และต้องมีสำเนาบัตรประชาชนผู้ซื้อ-ผู้ขายเซ็นสำเนาถูกต้องแนบสัญญาไว้ด้วย

กรณีที่ 2.รถจดเป็นชื่อบุคคลธรรมดาและติดไฟแนนซ์

2.1 สำเนาบัตรประชาชน 3 ใบ ให้เซ็นเหมือนกับรถที่ไม่ติดไฟแนนซ์ หากเจ้าของรถมีการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และตอนที่ทำเรื่องขอสินเชื่อยังเป็นชื่อ-นามสกุลเดิมอยู่ ต้องใช้ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลแนบด้วย แล้วลายเซ็นที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องต้องเหมือนในคู่สัญญาที่ทำไว้กับไฟแนนซ์นะครับ จะเซ็นเป็นสองลายเซ็นก็ได้ครับ ทั้งเก่า ทั้งใหม่

2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน 3 ใบ พร้อมเซ็นสำเนาถูกต้อง

2.3 แบบคำขอโอน 2 ใบ ผู้ขายเซ็นตรงผู้โอน 1 ใบ และผู้ขายเซ็นตรงผู้รับโอน 1 ใบ ผู้รับโอนต้องเซ็น 2 ที่นะครับ

2.4 หนังสือมอบอำนาจ 3 ใบ ให้เซ็นเหมือนกับรถที่ไม่ติดไฟแนนซ์

2.5 ส่วนสมุดคู่มือจดทะเบียนจะยังไม่มี เพราะยังอยู่ที่ไฟแนนซ์ เราต้องไปปิดไฟแนนซ์ก่อน แล้วไฟแนนซ์จะไปดำเนินการโอนให้กับเจ้าของรถ หลังจากได้เล่มมาแล้วเจ้าของรถค่อยเอามาเซ็นตรงผู้ถือกรรมสิทธิ์ แล้วค่อยเอาไปให้ผู้ซื้ออีกที แต่จะใช้เงินใครปิดนั้นต้องให้ผู้ซื้อ ผู้ขายตกลงกันเอง แต่ทั่วไปควรจะเป็นเงินผู้ซื้อนะครับ

2.6 สัญญาซื้อขาย ต้องเป็นแบบที่มีฉบับสำเนาด้วย เพราะผู้ซื้อและผู้ขายต้องเก็บไว้คนละชุด และต้องมีสำเนาบัตรประชาชนผู้ซื้อ-ผู้ขายเซ็นสำเนาถูกต้องแนบสัญญาไว้ด้วย อันนี้ย้ำเลยนะครับว่าห้ามลืม

กรณีที่ 3.รถจดเป็นชื่อนิติบุคคลและไม่ติดไฟแนนซ์

3.1 สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท 1 ใบ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะขีดคร่อมพร้อมเซ็นกำกับว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาได้เลยครับ

3.2 แบบคำขอโอน 1 ใบ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้โอนพร้อมประทับตราบริษัท

3.3 หนังสือมอบอำนาจ 1 ใบ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้มอบอำนาจพร้อมประทับตราบริษัท ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรเขียนระบุวัตถุประสงค์ในการมอบอำนาจว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาให้เหมือนในสำเนาบัตรประชาชน ส่วนบรรทัดที่เหลือให้ขีดคร่อมไปทั้งหมด

3.4 สมุดคู่มือจดทะเบียน ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทต้องเซ็นในช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์พร้อมประทับตราบริษัทด้วยนะ ตามตัวอย่างด้านล่าง ขออนุญาติปิดชื่อกับตราประทับไว้นะครับ

3.5 สำเนาหนังสือจดทะเบียนบริษัททุกหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมประทับตราบริษัททุกหน้า

3.6 สัญญาซื้อขาย

กรณีที่ 4.รถจดเป็นชื่อนิติบุคคลและติดไฟแนนซ์

4.1 สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท 3 ใบ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะขีดคร่อมพร้อมเซ็นกำกับว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาได้เลยครับ

4.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท 3 ใบ พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

4.3 แบบคำขอโอน 2 ใบ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้โอนพร้อมประทับตราบริษัท 1 ใบ และ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้รับโอน 2 ที่พร้อมประทับตราบริษัท (ต้องประทับทั้ง 2 จุดตรงที่เซ็นชื่อ) อีก 1 ใบ

4.4 หนังสือมอบอำนาจ 3 ใบ ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเซ็นตรงผู้มอบอำนาจพร้อมประทับตราบริษัท ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะเขียนจุดประสงค์ในการมอบอำนาจว่า “ใช้เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับรถยนต์เลขทะเบียน.....เท่านั้น” ใส่เลขทะเบียนรถที่จะขายตรงจุดไข่ปลาให้เหมือนในสำเนาบัตรประชาชน ส่วนบรรทัดที่เหลือให้ขีดคร่อมไปทั้งหมด

4.5 ส่วนสมุดคู่มือจดทะเบียนจะยังไม่มี เพราะยังอยู่ที่ไฟแนนซ์ เราต้องไปปิดไฟแนนซ์ก่อน แล้วไฟแนนซ์จะไปดำเนินการโอนให้กับเจ้าของรถ หลังจากได้เล่มมาแล้วเจ้าของรถค่อยเอามาเซ็นตรงผู้ถือกรรมสิทธิ์พร้อมประทับตราบริษัท แล้วค่อยเอาไปให้ผู้ซื้ออีกที แต่จะใช้เงินใครปิดนั้นต้องให้ผู้ซื้อ ผู้ขายตกลงกันเอง แต่ทั่วไปควรจะเป็นเงินผู้ซื้อนะครับ

4.6 สำเนาหนังสือจดทะเบียนบริษัททุกหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องพร้อมประทับตราบริษัททุกหน้า

4.7 สัญญาซื้อขาย

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

โครงการบ้านเดี่ยวปากช่อง ทำเลทอง

 



โครงการบ้านเดี่ยวปากช่อง เขาใหญ่


พบความเรียบหรู ง่าย บ้านเดียวปากช่อง แต่ลงตัวในทุกรายละเอียด ด้วยความฉลาดในการออกแบบพื้นที่ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ด้วย Design Urbanist แบบใหม่ เชื่อมต่อทุกจังหวะของชีวิต พิเศษด้วย Master Bedroom ที่ถูกออกแบบมาในสไตส์ Luxury Penthouse ที่เชื่อมต่อทุก Function ทั้ง Walk-in Closet ห้องนอน และห้องน้ำ

คริสตัลกรีน เขาใหญ่ บ้านเดียวปากช่อง หมู่บ้านที่มีบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นบ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตัวบ้านถูกออกแบบให้เป็นบ้านสมัยใหม่สไตล์โมเดิร์น เหมาะกับเป็นบ้านในฝันของคนรักธรรมชาติ ได้บรรยากาศเขาใหญ่สดชื่นใกล้เมืองปากช่อง บ้านสามารถรับแสงแดดพร้อมชมวิวบรรยากาศนอกบ้านได้อย่างเต็มอิ่ม มีระเบียงรอบบ้านชั้น 2 ให้บรรยากาศที่สวยงาม ร่มรื่น โดนใจกับธรรมชาติซึ่งเป็นบ้านในฝันของใครหลายๆคน


บ้านเดียวปากช่อง ทำเลติดถนนใหญ่บายพาส มิตรภาพ บรรยากาศธรรมชาติและวิวเขา
อิ่มเอมกับบรรยากาศ ลมหนาว , สายหมอกยามเช้า และพรรณไม้เขียวขจี รวมไปถึงพื้นที่กว้างขวางเชื่อมโยงความสะดวกสบายในการเดินทาง ด้วยบ้านดีไซน์ที่ทันสมัย ตอบรับความสุขของครอบครัวได้อย่างลงตัว คริสตัลกรีน เขา

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS