+ สาเหตุที่ทำให้ปลวกบุกบ้าน
อันดับแรกเราต้องมาทำความรู้จักกับ ’ปลวก’ ให้ดีเสียก่อน คนทั่วไปอาจเข้าใจว่าปลวกนั้นชอบกินเนื้อไม้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปลวกไม่ได้พิสมัยเนื้อไม้สวยๆ นี้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่มันชอบคือเซลลูโลส (Cellulose) ในเนื้อไม้ต่างหากที่เป็นอาหารอันโอชะของมัน
ดังนั้นไม่เพียงแต่ไม้ที่จะต้องผุพังกลายเป็นกากอาหารของปลวกแล้ว แต่ยังรวมไปถึงอะไรก็ตามที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ ผ้า หนังสัตว์ พรม หนังสือ และสิ่งของอีกมากมายหลายชนิดที่สามารถหาพบได้ในบ้านทั่วไป
+ เปิดตัวปลวก มารร้ายตัวจิ๋ว
ปลวกที่จัดว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจสำหรับบ้านเรือนของเราก็คือ ปลวกใต้ดิน (Sub-Terranean Termites) พวกนี้ถือเป็นศัตรูโครงสร้าง (Structural Pests) ที่ทำความเสียหายสูงสุดถึง 95% ของความเสียหายทั้งหมด โดยอาณาจักรของปลวกพวกนี้อยู่ใต้ดิน และอาศัยร่วมกันตามแบบฉบับของสัตว์ที่เรียกว่าแมลงสังคม ในรังปลวกใต้ดินจะเต็มไปด้วยประชากรปลวกนับล้านๆตัว
โดยแบ่งแยกหน้าที่กันตามประเภทของมัน คือ ปลวกนางพญาและราชา ทำหน้าที่วางไข่เพิ่มประชากร ปลวกทหาร ทำหน้าที่ป้องกันรังและต่อสู้ศัตรูผู้บุกรุก ปลวกงาน ทำหน้าที่หาอาหาร สร้าง ซ่อม ขยายรังและทางเดิน และปลวกขยายพันธุ์ ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ ซึ่งเราเห็นปลวกชนิดนี้อยู่บ่อยครั้งในรูปของแมลงเม่า และอาจกล่าวได้ว่าวงจรชีวิตของปลวกใต้ดินนั้น เริ่มต้นมาจากแมลงเม่านี่เอง
+ เตรียมรับมือกับพวกปลวก
วิธีป้องกันปลวกที่ดีก็คือการป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ โดยกำจัดแหล่งสร้างรังของมัน ทำลายทางขึ้นลง หรือเส้นทางลำเลียงพล พร้อมกับการสร้างแนวป้องกันสำหรับการบุกรุกใหม่ในอนาคต ซึ่งวิธีป้องกันปลวกง่ายๆ มีดังนี้
1. ก่อนอื่นต้องรู้จักพฤติกรรมของปลวก ปลวกจะชอบอยู่ในพื้นที่ชื้นและมืดทึบ ดังนั้น เราจึงควรหมั่นตรวจสอบบ้าน โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความชื้นและมืดทึบเป็นพิเศษ เช่น ห้องใต้ดิน พื้นที่ใต้บันได ฝ้าเพดาน ตามขอบบัวพื้น ผนัง ช่องผนัง ที่ฝังท่อระบายน้ำ และผนังไม้ที่กรุสองชั้น อย่างสม่ำเสมอ
2. ควรเก็บเศษวัสดุก่อสร้าง เช่น เศษไม้ เศษสิ่งปฏิกูลต่างๆ ทิ้งหรือทำลายให้หมดในขณะที่ทำการป้องกันปลวก และหลังการก่อสร้าง
3. ก่อนก่อสร้าง ให้อัดเคมีลงดินรอบแนวคานด้านใน-นอก และฉีดเคลือบผิวดินในทุกๆ ตารางนิ้ว รวมทั้งโดยรอบของตัวอาคาร 1เมตรและบริเวณที่มีความชื้นสูง
4. หากตรวจพบกองดินหรือทางเดินของปลวกให้พยายามค้นหาให้ถึงจุดที่ปลวกขึ้นมา แล้วทำลายทิ้งโดยใช้สเปรย์กำจัดปลวกฉีดทิ้งไว้สัก 1-2 วัน แล้วจึงตรวจสอบดูอีกครั้ง หากยังมีอยู่ให้ขุดดินลงไปแล้วฉีดยาซ้ำ
5. ผสมน้ำยากันปลวกลงในซีเมนต์ก่อนเทพื้นบ้าน
6. ราดน้ำยาผ่านระบบท่อใต้อาคาร (วิธีนี้ควรทำตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง) ระบบท่อจะเดินตามคานและเจาะรูที่ท่อเป็นระยะๆ แต่ท่อจะไม่สัมผัสกับดินเนื่องจากจะทำให้ท่ออุดตัน ซึ่งระบบนี้จะสะดวกสบายกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าไปในตัวบ้าน ไม่ต้องทุบพื้นหรือเจาะรูเพื่ออัดน้ำยาให้ตัวบ้านหลังจากอัดน้ำยาในครั้งแรกหมดอายุ
7. การเลือกไม้ในการปลูกสร้างบ้าน ควรเลือกไม้ที่มีความทนทานต่อการทำลายของปลวก อย่างไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ชิงชัน และไม้ประดู่ แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกใช้ไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ยาง หรือไม้สน ควรอาบน้ำยาป้องกันเสียก่อน
8. ฉีดเคมีเคลือบโครงไม้ โดยให้ซึมเข้าไปยังเนื้อไม้และเน้นตามรอยเลื่อนรอยต่อ ทั้งนี้เป็นการป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของปลวก มอด ด้วง รวมถึงเชื้อราต่างๆ
9. ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้บ้าน เพราะรากจะเป็นช่องทางให้ปลวกเข้าสู่ตัวบ้านได้ นอกจากนี้ควรหมั่นดูแลต้นไม้ต่างๆ ที่อยู่บริเวณบ้าน หากพบว่ามีต้นไม้ตายไป ควรกำจัดทิ้ง
10. พยายามป้องกันไม่ให้แมลงเม่าบินเข้ามาในบ้าน เพราะแมลงเม่าก็คือปลวกเจริญพันธุ์นั่นเอง เมื่อเข้ามามันจะหาที่สร้างรังและวางไข่ซึ่งกลายเป็นปลวกได้ในอนาคต ช่วงเวลาที่ควรจะระมัดระวังแมลงเม่าเป็นพิเศษคือช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน และระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ถ้าพบว่ามีแมลงเม่าหลุดเข้ามาในบ้าน ควรพ่นละอองน้ำใส่มันแล้วกวาดรวมกัน ฉีดด้วยยาฆ่าแมลง ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม
เมื่อรู้ที่มาที่ไปและวิธีกำจัดป้องกันแล้ว ปลวก ก็ไม่ใช้สิ่งหน้ากลัวอีกต่อไปเมื่อ‘ปลวก’ ขึ้นบ้าน
ระวังไว้ก่อนปลวกบุกบ้าน
สูตรน้ำยากำจัดมด วิธีไล่มดได้อยู่หมัด
บ้านไหนที่มักจะมีมดเดินเรียงแถวกันสวยงาม กำจัดกี่ครั้งก็กลับมาเดินขบวนกันใหม่อยู่เรื่อย ๆ คงสร้างความเอือมระอาให้เจ้าของบ้านน่าดูนะคะ แค่เผลอวางอาหารทิ้งไว้เดี๋ยวเดียวก็จะเห็นมดตัวน้อยตัวนิดมารุมตอมอาหารของเรากันแล้ว ปล่อยไว้แบบนี้เห็นทีจะไม่ไหว ถ้าอย่างนั้นเรามาจัดการทำน้ำยากำจัดมดกันดีกว่า แต่ละสูตรก็เป็นสูตรน้ำยากำจัดมดที่ไม่ร้ายแรงต่อมนุษย์อย่างเรา ๆ เท่าไร แต่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะจัดการกับสัตว์โลกตัวจิ๋วอย่างมดได้อยู่หมัดเชียวล่ะ ลองไปดูกันค่ะ
1. น้ำส้มสายชูไล่มด
ที่เราเห็นว่าน้องมดเดินเรียงกันเป็นสายตรงแหน่ว ก็เพราะว่ามดแต่ละตัวจะทิ้งหลักฐานเป็นกลิ่นเอาไว้ตามทาง เพื่อให้เพื่อนฝูงของมันเดิมตามกลิ่นนั้นมาจนเจอเข้ากับอาหาร ซึ่งลายแทงของมดที่อยู่ตามพื้นเราอาจจะมองเห็นหรือไม่เห็นก็ได้ เมื่อเป็นแบบนี้ เราก็ควรกำจัดมดด้วยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวด้วยสูตรน้ำยาที่กลิ่นแรง เพื่อให้กลบกลิ่นของมดที่ทำทิ้งไว้ สูตรน้ำยาก็ง่าย ๆ มีให้เลือกใช้ตามนี้เลยจ้า
น้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชู ผสมกับน้ำสะอาด ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน
แอปเปิลไซเดอร์ ผสมกับน้ำสะอาด ในอัตราส่วนที่เท่า ๆ กัน
น้ำมันสกัดบริสุทธิ์จากเปปเปอร์มินต์, ยูคาลิปตัส, ลาเวนเดอร์ หรือ ทีทรีออยล์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ผสมกับน้ำสะอาด 1 ขวดสเปรย์
น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำสะอาด 1 ขวดสเปรย์
ใครสะดวกจะใช้สูตรไหนก็เลือกกันตามสบายเลย แล้วก็หมั่นใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณที่ชอบมีมดมาเดินขบวนบ่อย ๆ ด้วยนะจ๊ะ
2. กับดักบอแร็กซ์
มดมีนิสัยชอบขนอาหารไปเก็บไว้ในรังของมัน ซึ่งเราก็จะฉวยโอกาสนี้ล่ะ ทำกับดักล่อให้มดขนอาหารพิษเข้าไปในรัง คราวนี้มดที่หลบอยู่ในรังอีกหลายร้อยตัว ก็จะถึงกาลอวสาน จนไม่สามารถมาก่อกวนอาหารและขนมในบ้านเราได้อีกต่อไป สูตรอาหารล่อมดก็มีหลายสูตรให้เลือก
ผสมบอแร็กซ์ 2 ช้อนโต๊ะกับแยม, น้ำผึ้ง หรือน้ำหวานชนิดอื่น ๆ จากนั้นก็นำไปป้ายบนกระดาษ วางกระดาษทิ้งไว้ในกล่องที่มีรูพอให้มดเดินผ่าน นำกล่องไปตั้งไว้ในจุดที่มดชุม
ผสมน้ำหวาน 2 ถ้วยตวง น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง และบอแร็กซ์ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่แก้วแล้วนำไปวางตามจุดต่าง ๆ รอบบ้าน
ถ้ามีไขน้ำมันเบคอน หรือเนยถั่ว อาจจะนำบอแร็กซ์ 2 ช้อนโต๊ะมาผสม แล้วก็ปั้นเป็นก้อนใส่กระดาษหรือจาน แล้วนำไปวางตามจุดต่าง ๆ ก็ได้เช่นกันจ้า
ทั้งนี้ควรจะเก็บเหยื่อล่อไว้ในภาชนะที่เด็กและสัตว์เลี้ยงไม่สามารถหยิบเหยื่อล่อมาทานได้ง่าย ๆ ด้วยนะคะ นอกจากนี้ก็ควรเปลี่ยนเหยื่อล่อทุกวัน แต่ถ้าคุณวางกับดักมดเอาไว้ที่ไหน ก็พยายามอย่าเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวที่มีมดเดินเป็นทางด้วยสูตรป้องกันมดบ่อยนัก เพราะมดอาจจะเปลี่ยนเส้นทางการหาอาหารไปที่อื่น จนคุณต้องวางกับดักไปทั่วบ้านเลยก็ได้นะ
3. ยุทธการทำลายรัง
ถ้าคุณรู้ต้นตอของรังมดว่าอยู่ตรงไหน ก็สามารถกำจัดมดแบบถอนรากถอนโคนได้เลย ด้วยการเทน้ำยาสูตรทำลายรังมดต่อไปนี้ลงไปในรังของมัน แต่ก่อนจะลงมือก็ควรจะสวมถุงมือยาง และสวมรองเท้ายางด้วย เพื่อป้องกันมดกัด เมื่อรังมดถูกบุกรุกด้วยน้ำยาที่เราหยอดลงไป
น้ำต้มสุกประมาณ 1 แกลลอน เติมน้ำยาล้างจานลงไป ¼ ถ้วยตวง คนให้เข้ากัน แล้วเทลงไปในรังมดอย่างช้า ๆ ให้น้ำยาค่อย ๆ ซึมซาบลงดินได้อย่างล้ำลึก จะได้แน่ใจว่าต้นตอของมดถูกทำลายไปแล้วจริง ๆ
ต้มน้ำให้เดือด ผสมเกลือลงไปในปริมาณมาก จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น แล้วค่อยนำไปราดที่รังมด ผ่านไป 3 วัน ก็นำน้ำเกลือมาราดรังมดอีกครั้ง อย่าลืมราดพื้นที่บริเวณรอบ ๆ เพื่อป้องกันมดสร้างรังใหม่ด้วย
ฉีดน้ำจากสายยางไปที่รังมดแรง ๆ ทำติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ มดจะทนไม่ไหวและย้ายรังหนีเอง
เมื่อทำตามวิธีใดวิธีหนึ่งแล้ว หลังจากนั้น 2-3 วัน ให้คุณต้มน้ำเดือด แล้วนำไปราดที่รังมดซ้ำอีกที เพื่อให้มดตัวน้อยตัวนิดสิ้นฤทธิ์ และถ้าคุณสังเกตเห็นกองดินเล็ก ๆ ในบ้าน ก็ควรกวาดหรือดูดฝุ่นให้หมด เพราะนั่นอาจจะเป็นรังมดที่กำลังเริ่มก่อสร้างก็ได้ เสร็จแล้วก็นำเศษดินที่กวาดมาใส่ในถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น ก่อนจะนำไปทิ้งถังขยะด้วยนะคะ
4. โรยผงป้องกันตามรอยแยก
ถ้าแน่ใจว่าบ้านของคุณสะอาดหมดจดทุกพื้นที่ ไม่มีเศษขนมหรือขยะที่เป็นตัวล่อมดแน่ ๆ แต่ก็ยังไม่วายมีมดมาก่อกวนในบ้านอีก คราวนี้ให้คุณสังเกตกำแพงหรือพื้นบ้านให้ดี ตรงไหนที่มีรอยแยก หรือมีรู ตรงนั้นแหละที่มีความชื้น และอาจจะเป็นแหล่งที่อยู่ของมดตัวน้อยตัวนิดอีกเป็นรัง ซึ่งเมื่อเจอเข้ากับแหล่งซ่อนตัวของมด ก็ต้องรีบหาทางป้องกันมดเอาไว้ก่อน โดยอาจจะโรยผงชินนาม่อน, พริกไทยดำป่น, กานพลูบด, พริกป่น, เกลือ, กากกาแฟบด, ใบเสจบด, เปลือกแตงกวาบด หรือน้ำมันสกัดจากดอกลาเวนเดอร์, เปปเปอร์มินต์, ยูคาลิปตัส อย่างใดอย่างหนึ่งลงไปตามรอยแยกหรือรูที่เห็น เสร็จแล้วก็อย่าลืมป้ายขี้ผึ้งปิดรูและรอยแยกเหล่านั้นด้วยล่ะ มดจะได้เดินออกมาจากรูไม่ได้
นอกจากนี้ก็อย่าลืมระวังชามอาหารของสัตว์เลี้ยงด้วย ควรจะหาถาดรองน้ำมาวางกันมด อาจจะผสมน้ำยาล้างจานลงไปในถาดรองน้ำด้วยก็ดี จะได้ช่วยป้องกันมดเดินไปไต่ชามอาหารน้องหมาน้องแมวได้อีกชั้น ส่วนกระถางต้นไม้ต้นไหนที่มีมดแอบซ่อนอยู่ในดิน ให้เปลี่ยนดินปลูกต้นไม้ใหม่ โดยก่อนจะนำดินใหม่มาใส่ก็ต้องล้างรากต้นไม้ให้แน่ใจว่าไม่มีมดหลงเหลืออยู่ กระถางต้นไม้ก็ควรจะนำไปแช่น้ำอุ่นสัก 15 นาที เพื่อชำระล้างสารล่อมดด้วยนะจ๊ะ
5. ป้องกันบริเวณนอกบ้าน
บางครั้งรังมดในบ้านก็อาจจะไม่มีก็ได้ แต่มดพากันเดินขบวนเข้ามาในบ้านผ่านรอยแยกตรงช่องประตู และเดินมาตามกิ่งไม้ที่ยาวมาชนกับหลังคา หรือขอบหน้าต่างนั่นเอง เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ควรตัดแต่งกิ่งไม้ให้สั้นพอที่จะไม่มาชนกับตัวบ้าน ส่วนบริเวณรอยแยกตรงประตู และบริเวณรอบ ๆ บ้าน ให้ใช้สเปรย์น้ำส้มสายชู หรือน้ำผสมกับน้ำยาล้างจาน ฉีดให้ทั่วบริเวณ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรปลูกต้นมินต์, ต้นเสจ และต้นลาเวนเดอร์ไว้รอบ ๆ ตัวบ้านด้วย แต่ถ้าสังเกตเห็นมดเดินป้วนเปี้ยนตรงจุดไหนมากเป็นพิเศษ จะผสมใบกานพลูบดละเอียด หรือพริกไทยดำป่น 3 ช้อนโต๊ะ กับแป้ง 1 ถ้วยตวง แล้วนำมาโรยตรงบริเวณที่มดเดินอยู่ก็ได้ ส่วนตามพื้นดินใต้โต๊ะหินอ่อน หรือม้านั่ง ที่มักจะมีมดแดงคันไฟเดินเพ่นพ่านอยู่บ่อย ๆ ก็ควรนำส่วนผสมนี้ไปโรยป้องกันไว้ด้วย บางคนอาจจะใช้วิธีโรยแป้งเด็ก หรือขีดชอล์กกันมด ซึ่งก็เป็นวิธีที่ป้องกันมดได้เหมือนกันจ้า
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมทำความสะอาดบ้านให้ดี เศษขนม เศษอาหาร และจานที่ยังไม่ได้ล้างก็จัดการให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันมดมาอาละวาดในบ้านเราจนต้องวุ่นวาย ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าการกำจัดมดด้วยสารเคมีที่มีขายทั่วไปก็ทั้งสะดวกและง่าย แต่อย่าลืมว่าสารพิษเหล่านี้ไม่ได้มีโทษกับมดแค่ฝ่ายเดียว กับตัวเราเองและสิ่งแวดล้อมเจ้าสารเคมีทั้งหลายก็ไม่เว้นเหมือนกันนะคะ ฉะนั้นถ้ามีวิธีกำจัดมดที่ปลอดภัยกว่าก็น่าจะดี แถมแต่ละวิธีก็ไม่ได้ยุ่งยากจนเกินไปอีกด้วยเนอะ แต่ยังไงก็ลองทำตามวิธีกำจัดมดที่เราแนะนำมากันดูก่อน ได้ผลดีไม่ดียังไก็มาบอกต่อกันด้วยล่ะ
ภูมิปัญญาชาวบ้าน 'เปลือกไข่'กำจัด...'มด' | เดลินิวส์ „ภูมิปัญญาชาวบ้าน 'เปลือกไข่'กำจัด...'มด'“
ภูมิปัญญาชาวบ้าน 'เปลือกไข่'กำจัด...'มด'
หากพูดถึง “มด” ที่เป็นสัตว์ขนาดเล็ก ทั้งมดดำ มดแดง มดคันไฟ ฯลฯ ซึ่งมักพบได้ทั่วไป โดยจะทำรังอาศัยอยู่บริเวณที่เป็นมุมอับ รอยแตกของพื้นบ้าน แต่ที่น่ารำคาญสุดๆ คือการสร้างภัยคุกคามให้กับมนุษย์ บางรายหากโดนกัด-ต่อย อาจเกิดอาการแพ้ บวม ผื่นขึ้นทั้งร่างกายก็มีให้เห็นมาแล้ว แต่...เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ “วิธีกำจัดมด” อย่างง่ายๆ นั่นคือ การนำ “เปลือกไข่” ไปย่างไฟ แล้ววางไว้บริเวณที่มี “มด” เดินผ่าน โดยไม่ต้องไปไล่ฆ่า หรือใช้สารเคมี ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา อีกทั้งสามารถป้องกันการบุกรุกจากเจ้ามดตัวน้อยทั้งหลายได้เป็นอย่างดี การเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกมา ทำเอาผู้รับข้อมูลทั้งหลาย ต่างแห่พากันไปลองทดสอบตามวิธีดังกล่าว จนได้รับคำตอบว่า “สามารถทำได้อย่างนั้นจริงๆ” และมีการแชร์ข้อมูลดังกล่าวออกไปทั่ว...ในโลกสังคมออนไลน์ แต่ตามหลักความจริงในเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ และหากทำได้จริง เป็นเพราะสาเหตุใด...ทำไม “เปลือกไข่” ย่างไฟ ถึงมีฤทธิ์สามารถขับไล่ตัวเจ้าปัญหาอย่าง “มด” ได้ผลชะงัด ซึ่งในบางครั้งรบกวนพื้นที่อาศัยของมนุษย์ เข้ามาแย่งกินอาหาร ทำให้อาหารเน่าบูด อาจทำให้เกิดโรคท้อง
เสียถึงขั้นต้องไปพบแพทย์นั้น “เดลินิวส์ออนไลน์” ไปไขคำตอบที่น่าสนใจจาก “ภญ.ดร.สุภาพร ปิติพร” หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งอธิบายไว้ว่า... การกำจัดมดด้วยวิธีดังกล่าว เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยคุณสมบัติทั่วไปของเปลือกไข่ มีส่วนประกอบเกือบทั้งหมดเป็น “แคลเซียมคาร์บอเนต” มีลักษณะเป็นแท่งๆ มาต่อกัน ตรงรอยต่อระหว่างแท่งจะไม่สนิท และมีช่องว่างเล็กๆ เป็นรูพรุนเกาะติดกันเป็นแผง ประมาณ 6,000-8,000 ต่อไข่ 1 ใบ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนแก๊สและการระเหยของน้ำ ออกจากฟองไข่ในขณะฟัก ซึ่งชั้นนอกสุดของเปลือกไข่ จะมีสารอินทรีย์ เรียกว่า cuticle เคลือบที่ผิวของเปลือกไข่ทั้งหมด โดยเปลือกไข่แต่ละฟองนั้น ถูกสร้างด้วยแคลเซียมประมาณ 2 กรัม “วิธีการทำนั้นไม่ยุ่งยาก นำเปลือกไข่ไปล้างให้สะอาด อย่าให้มีเนื้อไข่ติด ผึ่งแดดให้แห้ง และนำมาคั่วหรือย่างไฟ แล้วบดเป็นผงให้ละเอียด จากนั้นเท่น้ำลงไปผสม ทิ้งไว้สักพักประมาณ15-20 นาที สุดท้ายกรองเอาน้ำมาฉีดพ่นไล่มดได้เลย หรืออีกวิธีหนึ่ง นำเปลือกไข่ที่ผ่านการคั่วหรือย่างพร้อมบดละเอียด มาร่อนเอาเฉพาะผงฝุ่นของเปลือกไข่ ต่อจากนั้นนำดินสอพอง
และปูนปลาสเตอร์ ผสมกับเปลือกไข่อย่างละเท่าๆ กัน พร้อมคลุกเคล้าให้ทั่ว เติมน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมายอดใส่ชาภนะที่เป็นแท่ง เช่น หลอดชาไข่มุก แล้วนำไปตากแดดจนส่วนผสมแข็งเป็นแท่ง จะได้ชอล์กที่มีลักษณะคล้ายตามท้องตลาด” ภญ.ดร.สุภาพร ระบุด้วยว่า คนโบราณมีวิธีไล่มดง่ายๆ อีกหลายวิธี อย่างการนำ “ขมิ้น” มาตำจนละเอียด จากนั้นเทน้ำมันก๊าดผสมลงไป ผสมให้เข้ากัน แล้วใช้โรยบริเวณที่มีมด มดจะหนีหายไปหมด ซึ่งมักจะพบมดตามที่แห้งบริเวณที่เป็นซอกหรือรอยแตกของพื้นปูน พื้นไม้ หรือตามต้นไม้ แม้แต่ในบ้านอยู่ตามเสื้อผ้า ก็สามารถเป็นรังของมดได้ “ถ้าใครไม่มีเวลาว่างทำตามขั้นตอน เพียงแค่นำเปลือกไข่ที่ย่างไฟวางบริเวณที่มีมดเดินผ่าน เท่านี้ก็สามารถไล่มด โดยมดจะขนไข่หนีออกจากบริเวณนั้น” ภญ.ดร.สุภาพร อธิบายอีกว่า เหตุที่มดขนไข่หนีหรือย้ายรังนั้น เนื่องมาจากฤทธิ์ความเป็นด่าง เพราะการนำเปลือกไข่ที่คั่วหรือย่างไฟ มาผสมกับน้ำจะได้แคลเซียลไฮดรอกไซด์ จึงเป็นสาเหตุให้วิธีการดังกล่าวสามารถขับไล่มดได้ ซึ่งรับรองปราศจากสารเคมีอย่างแน่นอน อีกทั้งราคาก็ไม่แพงด้วย “อีกวิธีหนึ่ง คือ ธรรมชาติของมดไม่ชอบกลิ่นมิ้นต์ และการบูร เป็นอย่างมาก เมื่อนำ
การบูรมาโรยให้ทั่วบ้าน หรือน้ำมันกลิ่นมิ้นต์มาทาไว้ โดยเฉพาะในห้องครัวที่มักจะมีมดเข้ามาหาแหล่งอาหารของมัน การใช้วิธีนี้นอกจากจะทำให้ขับไล่มดไม่ให้เข้ามาในบ้านแล้ว ยังช่วยทำให้บ้านมีกลิ่นหอมอีกด้วย” ไม่ว่าจะเป็น “เปลือกไข่-ขมิ้น-การบูร” ล้วนเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยาก หากใครกำลังมองหาวิธีจัดการเจ้ามดตัวน้อยที่อาจสร้างภัยให้กับคนในบ้าน โดยเพาะเด็กเล็ก เป็นวิธีที่น่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว แต่สิ่งสำคัญของเหลือใช้ และยังใกล้ตัวอย่าง “เปลือกไข่” ที่ดูไม่มีคุณค่าทางสารอาหารแก่มนุษย์นั้น กลับมีคุณประโยชน์อย่างอื่นแอบแฝงอยู่อย่างน่าทึ่ง รับรองว่าปราศจากสารเคมี ทำใช้เองได้ภายในครัวเรือน และเป็นวัสดุหาง่าย อีกทั้งยังราคาไม่แพงอีกด้วย ถือเป็น "ภูมิปัญญาชาวบ้าน" จริงๆ“
ปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับต้องแก้ไขด้วย เคล็ดลับสุดเด็ด
สวัสดีค่า คุณแม่ ต้องขอโทษที่หายไปนานเลย แต่กลับมาคราวนี้ก็มาพร้อมกับความรู้อีกเช่นเคย ค๊าาา
ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูฝนแล้ว คิดว่าคุณแม่ส่วนใหญ่คงพบกับปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับกันเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น
แน่นอนว่าวันนี้ Good MaMee มีวิธีการง่าย ๆ มาแนะนำเหล่าคุณแม่มือใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาเสื้อผ้าเด็กและเสื้อผ้าคุณผู้ชายเหม็นอับกันนะค๊าา
ปัญหาผ้าเหม็นกลิ่นอับ จริงๆ แล้ว ไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศอับชื้นเพียงอย่างเดียว แต่การหมักผ้าที่ปั่นเสร็จแล้วไว้ในเครื่องซักผ้าข้ามคืน หรือการเก็บผ้าพับเข้าตู้ทั้ง ๆ ที่ผ้ายังแห้งไม่สนิทดี รวมทั้งปัญหาเชื้อราในเครื่องซักผ้าเองก็มีส่วนทำให้เสื้อผ้าของเราเหม็นอับได้เหมือนกัน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับเป็นปัญหาใหญ่ของเราเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นเราก็ควรหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยวิธีเหล่านี้กันเลยค่ะ
กำจัดเชื้อราในเครื่องซักผ้า
อย่างที่บอกว่าเครื่องซักผ้าก็อาจจะมีเชื้อราที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นอับบนเสื้อผ้าได้เหมือนกัน เราก็เลยต้องป้องกันเอาไว้ก่อนด้วยการเดินเครื่องซักผ้าเปล่า ๆ ในระบบน้ำร้อนตามปกติ จากนั้นก็สอดส่องดูเชื้อราและคราบสกปรกที่ติดอยู่ที่บริเวณถังซักผ้า ถ้าพบว่ามีเชื้อราอยู่ ให้ผสมสารฟอกขาวกับน้ำสะอาด แล้วนำผ้าหรือฟองน้ำมาจุ่มสารละลายที่ผสมไว้ เสร็จแล้วก็นำไปเช็ดทำความสะอาดเชื้อราที่ติดอยู่กับตัวถังให้หมดไป เมื่อเรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมเปิดฝาเครื่องซักผ้าทิ้งไว้ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกด้วยนะจ๊ะ
วิธีกำจัดกลิ่นอับบนเสื้อผ้า
ตามปกติถ้าเสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็นอับ เราก็จะนำเสื้อผ้าเหล่านั้นไปซักทำความสะอาดอีกครั้ง เพื่อกำจัดกลิ่นอับให้หมดไป และตากแดดให้ช่วยฆ่าเชื้อ แต่ถ้าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล ให้ลองกำจัดกลิ่นอับบนเสื้อผ้าด้วยวิธีอื่นดู เช่น
เติมน้ำส้มสายชู
ถ้าจะนำผ้าไปซักอีกครั้ง ให้ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวงลงไปกับน้ำยาซักผ้าด้วย หรือถ้าผ้าที่คุณซักเป็นผ้าขาว จะผสมน้ำยาฟอกขาวลงไปแทนน้ำส้มสายชูก็ได้ แต่สำหรับผ้าหนา เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือผ้ายีนส์ อาจจะนำผ้าเหล่านี้ไปแช่น้ำที่ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วงตวงต่อน้ำ 1 แกลลอน หรือน้ำยาฟอกขาว สัก 2-3 ชั่วโมงก่อนนำไปซักตามปกติ และใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นหอม ๆ เสร็จแล้วก็นำผ้าไปตากในที่ที่มีแดดจ้า หรืออย่างน้อย ๆ ก็ตากในที่ที่มีลมโกรกอยู่ตลอดก็ได้จ้า
แก้ปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับ ด้วยเคล็ดลับสุดเด็ด
เคล็ดลับกำจัดเชื้อราที่ติดอยู่บนผ้า
ขจัดเชื้อราด้วยมะนาวและเกลือ
ถ้ามีเชื้อราเป็นจุดดำ ๆ เกิดขึ้นบนเสื้อผ้า ให้คุณบีบน้ำมะนาวลงบนคราบจนชุ่ม จากนั้นก็โรยเกลือทับลงไปบนคราบ แล้วก็นำผ้าไปตากแดดให้น้ำมะนาวและเกลือแห้งสนิทก่อนจะนำไปซักตามปกติ
ป้ายน้ำสบู่และผงปูนขาว
ถ้าน้ำมะนาวเอาไม่อยู่ อาจจะชุบผ้าตรงที่มีเชื้อราเป็นจุดดำ ๆ ให้พอเปียก แล้วก็นำสบู่ไปถูบนคราบให้ทั่ว เสร็จแล้วก็นำผงปูนขาวไปโรยลงบนคราบ ขัดถูอีกสักหน่อยแล้วค่อยนำไปซักตามปกติ หรือถ้าเชื้อราติดฝังแน่นบนเสื้อผ้ามาก ให้คุณผสมน้ำสะอาด 2 ช้อนชา กับผงปูนขาว 1 ช้อนชา และผงซักฟอก 2 ช้อนชาเข้าด้วยกัน ก็จะได้ครีมเหนียว ๆ เอาไว้ป้ายลงบนจุดเชื้อราสักพัก จากนั้นก็ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำเสื้อผ้าไปตากแดดจัด ๆ ให้แห้งสนิท
จัดการด้วยแป้งผสมน้ำมะนาว
แป้งข้าวเจ้า หรือแป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนชา นำมาผสมกับน้ำ 2 ช้อนชา และน้ำมะนาวครึ่งลูกกับเกลือ คนให้เข้ากัน แล้วนำมาป้ายลงบนผ้าที่มีเชื้อราทั้ง 2 ด้าน แล้วก็นำไปตากแดดจัด ๆ ให้แห้งสนิท จากนั้นนำเสื้อผ้าไปซักตามปกติก็จะช่วยให้เชื้อราและกลิ่นอับหมดไปได้เช่นกันจ้า
นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถนำผ้าที่มีเชื้อรา และกลิ่นอับไปแช่ในนมเปรี้ยว ทิ้งเอาไว้ข้ามคืน แล้วค่อยนำเสื้อผ้าไปซักตามปกติก็ได้ด้วยนะคะ เห็นไหมล่ะว่ากลิ่นอับบนเสื้อผ้ากำจัดง่ายนิดเดียว แถมยังสามารถกำจัดเชื้อราบนเสื้อผ้าเราได้อีกด้วยเนอะ
เด็กเล็กระวัง "ไวรัสอาร์เอสวี"
กฎหมายสิทธิเด็ก
วันนี้ Good Mamee มีเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายสิทธิเด็กมาฝากคุณแม่ค่ะ
โอ้ย !! วันนี้อากาศร้อนถึง 40 องศ C ใครจะเชื่อค่ะเนื้ย
สวัสดีคร้าาา
คุณแม่คนสวยทั้งหลาย ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้อากาศจะร้อนถึง 40 C. ประเทศไทยเป็นอะไรแล้วค่ะเนื้ย
วันนี้ Good MaMee เลยตัดสินใจไปหาซื้อเสื้อผ้าเด็กสำหรับใส่ลงสระ ก็ชุดว่ายน้ำเด็กนั้นแหละคร้าาาา
คุณแม่พร้อมลงสระแล้วเหลือก็แต่คุณลูกสาวนั้นแหละคะ
ว่าแล้วก็เปิดหาร้านขายเสื้อผ้าเด็กออนไลน์ เป็น Google เพราะง่ายต่อการหาซื้อและราคาก็โออยู่ค่ะเห็นภาพชุดว่ายน้ำเด็กน่ารักน่าัรัก โอ้ย Good MaMee อยากกลับไปเป็นเด็กอีกที เลยเอารูปมาฝากคุณแม่ทั้งหลายคร้าาาา
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
![]() | |
| ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก |
คุณแม่ชักจะไม่ปลื้มคุณลูกแล้วใช่รีเปล่า ( สวยกว่าคุณแม่อีก )
วันนี้ Good Mamee ลาไปก่อนคร้าาาา



























