ระวังไว้ก่อนปลวกบุกบ้าน

+ สาเหตุที่ทำให้ปลวกบุกบ้าน
          อันดับแรกเราต้องมาทำความรู้จักกับ ’ปลวก’ ให้ดีเสียก่อน คนทั่วไปอาจเข้าใจว่าปลวกนั้นชอบกินเนื้อไม้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปลวกไม่ได้พิสมัยเนื้อไม้สวยๆ นี้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่มันชอบคือเซลลูโลส (Cellulose) ในเนื้อไม้ต่างหากที่เป็นอาหารอันโอชะของมัน
          ดังนั้นไม่เพียงแต่ไม้ที่จะต้องผุพังกลายเป็นกากอาหารของปลวกแล้ว แต่ยังรวมไปถึงอะไรก็ตามที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ ผ้า หนังสัตว์ พรม หนังสือ และสิ่งของอีกมากมายหลายชนิดที่สามารถหาพบได้ในบ้านทั่วไป


+ เปิดตัวปลวก มารร้ายตัวจิ๋ว
          ปลวกที่จัดว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจสำหรับบ้านเรือนของเราก็คือ ปลวกใต้ดิน (Sub-Terranean Termites) พวกนี้ถือเป็นศัตรูโครงสร้าง (Structural Pests) ที่ทำความเสียหายสูงสุดถึง 95% ของความเสียหายทั้งหมด โดยอาณาจักรของปลวกพวกนี้อยู่ใต้ดิน และอาศัยร่วมกันตามแบบฉบับของสัตว์ที่เรียกว่าแมลงสังคม ในรังปลวกใต้ดินจะเต็มไปด้วยประชากรปลวกนับล้านๆตัว
          โดยแบ่งแยกหน้าที่กันตามประเภทของมัน คือ ปลวกนางพญาและราชา ทำหน้าที่วางไข่เพิ่มประชากร ปลวกทหาร ทำหน้าที่ป้องกันรังและต่อสู้ศัตรูผู้บุกรุก ปลวกงาน ทำหน้าที่หาอาหาร สร้าง ซ่อม ขยายรังและทางเดิน และปลวกขยายพันธุ์ ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ ซึ่งเราเห็นปลวกชนิดนี้อยู่บ่อยครั้งในรูปของแมลงเม่า และอาจกล่าวได้ว่าวงจรชีวิตของปลวกใต้ดินนั้น เริ่มต้นมาจากแมลงเม่านี่เอง


+ เตรียมรับมือกับพวกปลวก
          วิธีป้องกันปลวกที่ดีก็คือการป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ โดยกำจัดแหล่งสร้างรังของมัน ทำลายทางขึ้นลง หรือเส้นทางลำเลียงพล พร้อมกับการสร้างแนวป้องกันสำหรับการบุกรุกใหม่ในอนาคต ซึ่งวิธีป้องกันปลวกง่ายๆ มีดังนี้

     1. ก่อนอื่นต้องรู้จักพฤติกรรมของปลวก ปลวกจะชอบอยู่ในพื้นที่ชื้นและมืดทึบ ดังนั้น เราจึงควรหมั่นตรวจสอบบ้าน โดยเฉพาะในบริเวณที่มีความชื้นและมืดทึบเป็นพิเศษ เช่น ห้องใต้ดิน พื้นที่ใต้บันได ฝ้าเพดาน ตามขอบบัวพื้น ผนัง ช่องผนัง ที่ฝังท่อระบายน้ำ และผนังไม้ที่กรุสองชั้น อย่างสม่ำเสมอ
     2. ควรเก็บเศษวัสดุก่อสร้าง เช่น เศษไม้ เศษสิ่งปฏิกูลต่างๆ ทิ้งหรือทำลายให้หมดในขณะที่ทำการป้องกันปลวก และหลังการก่อสร้าง
     3. ก่อนก่อสร้าง ให้อัดเคมีลงดินรอบแนวคานด้านใน-นอก และฉีดเคลือบผิวดินในทุกๆ ตารางนิ้ว รวมทั้งโดยรอบของตัวอาคาร 1เมตรและบริเวณที่มีความชื้นสูง
     4. หากตรวจพบกองดินหรือทางเดินของปลวกให้พยายามค้นหาให้ถึงจุดที่ปลวกขึ้นมา แล้วทำลายทิ้งโดยใช้สเปรย์กำจัดปลวกฉีดทิ้งไว้สัก 1-2 วัน แล้วจึงตรวจสอบดูอีกครั้ง หากยังมีอยู่ให้ขุดดินลงไปแล้วฉีดยาซ้ำ
     5. ผสมน้ำยากันปลวกลงในซีเมนต์ก่อนเทพื้นบ้าน

     6. ราดน้ำยาผ่านระบบท่อใต้อาคาร (วิธีนี้ควรทำตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง) ระบบท่อจะเดินตามคานและเจาะรูที่ท่อเป็นระยะๆ แต่ท่อจะไม่สัมผัสกับดินเนื่องจากจะทำให้ท่ออุดตัน ซึ่งระบบนี้จะสะดวกสบายกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าไปในตัวบ้าน ไม่ต้องทุบพื้นหรือเจาะรูเพื่ออัดน้ำยาให้ตัวบ้านหลังจากอัดน้ำยาในครั้งแรกหมดอายุ
     7. การเลือกไม้ในการปลูกสร้างบ้าน ควรเลือกไม้ที่มีความทนทานต่อการทำลายของปลวก อย่างไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ชิงชัน และไม้ประดู่ แต่ถ้าจำเป็นต้องเลือกใช้ไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ยาง หรือไม้สน ควรอาบน้ำยาป้องกันเสียก่อน
     8. ฉีดเคมีเคลือบโครงไม้ โดยให้ซึมเข้าไปยังเนื้อไม้และเน้นตามรอยเลื่อนรอยต่อ ทั้งนี้เป็นการป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของปลวก มอด ด้วง รวมถึงเชื้อราต่างๆ
     9. ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้บ้าน เพราะรากจะเป็นช่องทางให้ปลวกเข้าสู่ตัวบ้านได้ นอกจากนี้ควรหมั่นดูแลต้นไม้ต่างๆ ที่อยู่บริเวณบ้าน หากพบว่ามีต้นไม้ตายไป ควรกำจัดทิ้ง
     10. พยายามป้องกันไม่ให้แมลงเม่าบินเข้ามาในบ้าน เพราะแมลงเม่าก็คือปลวกเจริญพันธุ์นั่นเอง เมื่อเข้ามามันจะหาที่สร้างรังและวางไข่ซึ่งกลายเป็นปลวกได้ในอนาคต ช่วงเวลาที่ควรจะระมัดระวังแมลงเม่าเป็นพิเศษคือช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน และระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ถ้าพบว่ามีแมลงเม่าหลุดเข้ามาในบ้าน ควรพ่นละอองน้ำใส่มันแล้วกวาดรวมกัน ฉีดด้วยยาฆ่าแมลง ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม

เมื่อรู้ที่มาที่ไปและวิธีกำจัดป้องกันแล้ว ปลวก ก็ไม่ใช้สิ่งหน้ากลัวอีกต่อไปเมื่อ‘ปลวก’ ขึ้นบ้าน

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

สูตรน้ำยากำจัดมด วิธีไล่มดได้อยู่หมัด

   บ้านไหนที่มักจะมีมดเดินเรียงแถวกันสวยงาม กำจัดกี่ครั้งก็กลับมาเดินขบวนกันใหม่อยู่เรื่อย ๆ คงสร้างความเอือมระอาให้เจ้าของบ้านน่าดูนะคะ แค่เผลอวางอาหารทิ้งไว้เดี๋ยวเดียวก็จะเห็นมดตัวน้อยตัวนิดมารุมตอมอาหารของเรากันแล้ว ปล่อยไว้แบบนี้เห็นทีจะไม่ไหว ถ้าอย่างนั้นเรามาจัดการทำน้ำยากำจัดมดกันดีกว่า แต่ละสูตรก็เป็นสูตรน้ำยากำจัดมดที่ไม่ร้ายแรงต่อมนุษย์อย่างเรา ๆ เท่าไร แต่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะจัดการกับสัตว์โลกตัวจิ๋วอย่างมดได้อยู่หมัดเชียวล่ะ ลองไปดูกันค่ะ

 1. น้ำส้มสายชูไล่มด

          ที่เราเห็นว่าน้องมดเดินเรียงกันเป็นสายตรงแหน่ว ก็เพราะว่ามดแต่ละตัวจะทิ้งหลักฐานเป็นกลิ่นเอาไว้ตามทาง เพื่อให้เพื่อนฝูงของมันเดิมตามกลิ่นนั้นมาจนเจอเข้ากับอาหาร ซึ่งลายแทงของมดที่อยู่ตามพื้นเราอาจจะมองเห็นหรือไม่เห็นก็ได้ เมื่อเป็นแบบนี้ เราก็ควรกำจัดมดด้วยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวด้วยสูตรน้ำยาที่กลิ่นแรง เพื่อให้กลบกลิ่นของมดที่ทำทิ้งไว้ สูตรน้ำยาก็ง่าย ๆ มีให้เลือกใช้ตามนี้เลยจ้า

       น้ำส้มสายชู

       น้ำส้มสายชู ผสมกับน้ำสะอาด ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน

       แอปเปิลไซเดอร์ ผสมกับน้ำสะอาด ในอัตราส่วนที่เท่า ๆ กัน

       น้ำมันสกัดบริสุทธิ์จากเปปเปอร์มินต์, ยูคาลิปตัส, ลาเวนเดอร์ หรือ ทีทรีออยล์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ผสมกับน้ำสะอาด 1 ขวดสเปรย์

       น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำสะอาด 1 ขวดสเปรย์

          ใครสะดวกจะใช้สูตรไหนก็เลือกกันตามสบายเลย แล้วก็หมั่นใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณที่ชอบมีมดมาเดินขบวนบ่อย ๆ ด้วยนะจ๊ะ

 2. กับดักบอแร็กซ์

          มดมีนิสัยชอบขนอาหารไปเก็บไว้ในรังของมัน ซึ่งเราก็จะฉวยโอกาสนี้ล่ะ ทำกับดักล่อให้มดขนอาหารพิษเข้าไปในรัง คราวนี้มดที่หลบอยู่ในรังอีกหลายร้อยตัว ก็จะถึงกาลอวสาน จนไม่สามารถมาก่อกวนอาหารและขนมในบ้านเราได้อีกต่อไป สูตรอาหารล่อมดก็มีหลายสูตรให้เลือก

       ผสมบอแร็กซ์ 2 ช้อนโต๊ะกับแยม, น้ำผึ้ง หรือน้ำหวานชนิดอื่น ๆ จากนั้นก็นำไปป้ายบนกระดาษ วางกระดาษทิ้งไว้ในกล่องที่มีรูพอให้มดเดินผ่าน นำกล่องไปตั้งไว้ในจุดที่มดชุม

       ผสมน้ำหวาน 2 ถ้วยตวง น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง และบอแร็กซ์ 2 ช้อนโต๊ะ ใส่แก้วแล้วนำไปวางตามจุดต่าง ๆ รอบบ้าน

       ถ้ามีไขน้ำมันเบคอน หรือเนยถั่ว อาจจะนำบอแร็กซ์ 2 ช้อนโต๊ะมาผสม แล้วก็ปั้นเป็นก้อนใส่กระดาษหรือจาน แล้วนำไปวางตามจุดต่าง ๆ ก็ได้เช่นกันจ้า

          ทั้งนี้ควรจะเก็บเหยื่อล่อไว้ในภาชนะที่เด็กและสัตว์เลี้ยงไม่สามารถหยิบเหยื่อล่อมาทานได้ง่าย ๆ ด้วยนะคะ นอกจากนี้ก็ควรเปลี่ยนเหยื่อล่อทุกวัน แต่ถ้าคุณวางกับดักมดเอาไว้ที่ไหน ก็พยายามอย่าเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวที่มีมดเดินเป็นทางด้วยสูตรป้องกันมดบ่อยนัก เพราะมดอาจจะเปลี่ยนเส้นทางการหาอาหารไปที่อื่น จนคุณต้องวางกับดักไปทั่วบ้านเลยก็ได้นะ

 3. ยุทธการทำลายรัง

          ถ้าคุณรู้ต้นตอของรังมดว่าอยู่ตรงไหน ก็สามารถกำจัดมดแบบถอนรากถอนโคนได้เลย ด้วยการเทน้ำยาสูตรทำลายรังมดต่อไปนี้ลงไปในรังของมัน แต่ก่อนจะลงมือก็ควรจะสวมถุงมือยาง และสวมรองเท้ายางด้วย เพื่อป้องกันมดกัด เมื่อรังมดถูกบุกรุกด้วยน้ำยาที่เราหยอดลงไป

       น้ำต้มสุกประมาณ 1 แกลลอน เติมน้ำยาล้างจานลงไป ¼ ถ้วยตวง คนให้เข้ากัน แล้วเทลงไปในรังมดอย่างช้า ๆ ให้น้ำยาค่อย ๆ ซึมซาบลงดินได้อย่างล้ำลึก จะได้แน่ใจว่าต้นตอของมดถูกทำลายไปแล้วจริง ๆ

       ต้มน้ำให้เดือด ผสมเกลือลงไปในปริมาณมาก จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น แล้วค่อยนำไปราดที่รังมด ผ่านไป 3 วัน ก็นำน้ำเกลือมาราดรังมดอีกครั้ง อย่าลืมราดพื้นที่บริเวณรอบ ๆ เพื่อป้องกันมดสร้างรังใหม่ด้วย

       ฉีดน้ำจากสายยางไปที่รังมดแรง ๆ ทำติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ มดจะทนไม่ไหวและย้ายรังหนีเอง

          เมื่อทำตามวิธีใดวิธีหนึ่งแล้ว หลังจากนั้น 2-3 วัน ให้คุณต้มน้ำเดือด แล้วนำไปราดที่รังมดซ้ำอีกที เพื่อให้มดตัวน้อยตัวนิดสิ้นฤทธิ์ และถ้าคุณสังเกตเห็นกองดินเล็ก ๆ ในบ้าน ก็ควรกวาดหรือดูดฝุ่นให้หมด เพราะนั่นอาจจะเป็นรังมดที่กำลังเริ่มก่อสร้างก็ได้ เสร็จแล้วก็นำเศษดินที่กวาดมาใส่ในถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น ก่อนจะนำไปทิ้งถังขยะด้วยนะคะ

 4. โรยผงป้องกันตามรอยแยก

          ถ้าแน่ใจว่าบ้านของคุณสะอาดหมดจดทุกพื้นที่ ไม่มีเศษขนมหรือขยะที่เป็นตัวล่อมดแน่ ๆ แต่ก็ยังไม่วายมีมดมาก่อกวนในบ้านอีก คราวนี้ให้คุณสังเกตกำแพงหรือพื้นบ้านให้ดี ตรงไหนที่มีรอยแยก หรือมีรู ตรงนั้นแหละที่มีความชื้น และอาจจะเป็นแหล่งที่อยู่ของมดตัวน้อยตัวนิดอีกเป็นรัง ซึ่งเมื่อเจอเข้ากับแหล่งซ่อนตัวของมด ก็ต้องรีบหาทางป้องกันมดเอาไว้ก่อน โดยอาจจะโรยผงชินนาม่อน, พริกไทยดำป่น, กานพลูบด, พริกป่น, เกลือ, กากกาแฟบด, ใบเสจบด, เปลือกแตงกวาบด หรือน้ำมันสกัดจากดอกลาเวนเดอร์, เปปเปอร์มินต์, ยูคาลิปตัส อย่างใดอย่างหนึ่งลงไปตามรอยแยกหรือรูที่เห็น เสร็จแล้วก็อย่าลืมป้ายขี้ผึ้งปิดรูและรอยแยกเหล่านั้นด้วยล่ะ มดจะได้เดินออกมาจากรูไม่ได้

          นอกจากนี้ก็อย่าลืมระวังชามอาหารของสัตว์เลี้ยงด้วย ควรจะหาถาดรองน้ำมาวางกันมด อาจจะผสมน้ำยาล้างจานลงไปในถาดรองน้ำด้วยก็ดี จะได้ช่วยป้องกันมดเดินไปไต่ชามอาหารน้องหมาน้องแมวได้อีกชั้น ส่วนกระถางต้นไม้ต้นไหนที่มีมดแอบซ่อนอยู่ในดิน ให้เปลี่ยนดินปลูกต้นไม้ใหม่ โดยก่อนจะนำดินใหม่มาใส่ก็ต้องล้างรากต้นไม้ให้แน่ใจว่าไม่มีมดหลงเหลืออยู่ กระถางต้นไม้ก็ควรจะนำไปแช่น้ำอุ่นสัก 15 นาที เพื่อชำระล้างสารล่อมดด้วยนะจ๊ะ

 5. ป้องกันบริเวณนอกบ้าน

          บางครั้งรังมดในบ้านก็อาจจะไม่มีก็ได้ แต่มดพากันเดินขบวนเข้ามาในบ้านผ่านรอยแยกตรงช่องประตู และเดินมาตามกิ่งไม้ที่ยาวมาชนกับหลังคา หรือขอบหน้าต่างนั่นเอง เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็ควรตัดแต่งกิ่งไม้ให้สั้นพอที่จะไม่มาชนกับตัวบ้าน ส่วนบริเวณรอยแยกตรงประตู และบริเวณรอบ ๆ บ้าน ให้ใช้สเปรย์น้ำส้มสายชู หรือน้ำผสมกับน้ำยาล้างจาน ฉีดให้ทั่วบริเวณ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรปลูกต้นมินต์, ต้นเสจ และต้นลาเวนเดอร์ไว้รอบ ๆ ตัวบ้านด้วย แต่ถ้าสังเกตเห็นมดเดินป้วนเปี้ยนตรงจุดไหนมากเป็นพิเศษ จะผสมใบกานพลูบดละเอียด หรือพริกไทยดำป่น 3 ช้อนโต๊ะ กับแป้ง 1 ถ้วยตวง แล้วนำมาโรยตรงบริเวณที่มดเดินอยู่ก็ได้ ส่วนตามพื้นดินใต้โต๊ะหินอ่อน หรือม้านั่ง ที่มักจะมีมดแดงคันไฟเดินเพ่นพ่านอยู่บ่อย ๆ ก็ควรนำส่วนผสมนี้ไปโรยป้องกันไว้ด้วย บางคนอาจจะใช้วิธีโรยแป้งเด็ก หรือขีดชอล์กกันมด ซึ่งก็เป็นวิธีที่ป้องกันมดได้เหมือนกันจ้า

          ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมทำความสะอาดบ้านให้ดี เศษขนม เศษอาหาร และจานที่ยังไม่ได้ล้างก็จัดการให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันมดมาอาละวาดในบ้านเราจนต้องวุ่นวาย ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าการกำจัดมดด้วยสารเคมีที่มีขายทั่วไปก็ทั้งสะดวกและง่าย แต่อย่าลืมว่าสารพิษเหล่านี้ไม่ได้มีโทษกับมดแค่ฝ่ายเดียว กับตัวเราเองและสิ่งแวดล้อมเจ้าสารเคมีทั้งหลายก็ไม่เว้นเหมือนกันนะคะ ฉะนั้นถ้ามีวิธีกำจัดมดที่ปลอดภัยกว่าก็น่าจะดี แถมแต่ละวิธีก็ไม่ได้ยุ่งยากจนเกินไปอีกด้วยเนอะ แต่ยังไงก็ลองทำตามวิธีกำจัดมดที่เราแนะนำมากันดูก่อน ได้ผลดีไม่ดียังไก็มาบอกต่อกันด้วยล่ะ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ภูมิปัญญาชาวบ้าน 'เปลือกไข่'กำจัด...'มด' | เดลินิวส์ „ภูมิปัญญาชาวบ้าน 'เปลือกไข่'กำจัด...'มด'“

ภูมิปัญญาชาวบ้าน 'เปลือกไข่'กำจัด...'มด'

หากพูดถึง “มด” ที่เป็นสัตว์ขนาดเล็ก ทั้งมดดำ มดแดง มดคันไฟ ฯลฯ ซึ่งมักพบได้ทั่วไป โดยจะทำรังอาศัยอยู่บริเวณที่เป็นมุมอับ รอยแตกของพื้นบ้าน แต่ที่น่ารำคาญสุดๆ คือการสร้างภัยคุกคามให้กับมนุษย์ บางรายหากโดนกัด-ต่อย อาจเกิดอาการแพ้ บวม ผื่นขึ้นทั้งร่างกายก็มีให้เห็นมาแล้ว แต่...เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ “วิธีกำจัดมด” อย่างง่ายๆ นั่นคือ การนำ “เปลือกไข่” ไปย่างไฟ แล้ววางไว้บริเวณที่มี “มด” เดินผ่าน โดยไม่ต้องไปไล่ฆ่า หรือใช้สารเคมี ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา อีกทั้งสามารถป้องกันการบุกรุกจากเจ้ามดตัวน้อยทั้งหลายได้เป็นอย่างดี การเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกมา ทำเอาผู้รับข้อมูลทั้งหลาย ต่างแห่พากันไปลองทดสอบตามวิธีดังกล่าว จนได้รับคำตอบว่า “สามารถทำได้อย่างนั้นจริงๆ” และมีการแชร์ข้อมูลดังกล่าวออกไปทั่ว...ในโลกสังคมออนไลน์ แต่ตามหลักความจริงในเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ และหากทำได้จริง เป็นเพราะสาเหตุใด...ทำไม “เปลือกไข่” ย่างไฟ ถึงมีฤทธิ์สามารถขับไล่ตัวเจ้าปัญหาอย่าง “มด” ได้ผลชะงัด ซึ่งในบางครั้งรบกวนพื้นที่อาศัยของมนุษย์ เข้ามาแย่งกินอาหาร ทำให้อาหารเน่าบูด อาจทำให้เกิดโรคท้อง

เสียถึงขั้นต้องไปพบแพทย์นั้น “เดลินิวส์ออนไลน์” ไปไขคำตอบที่น่าสนใจจาก “ภญ.ดร.สุภาพร ปิติพร” หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งอธิบายไว้ว่า... การกำจัดมดด้วยวิธีดังกล่าว เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยคุณสมบัติทั่วไปของเปลือกไข่ มีส่วนประกอบเกือบทั้งหมดเป็น “แคลเซียมคาร์บอเนต” มีลักษณะเป็นแท่งๆ มาต่อกัน ตรงรอยต่อระหว่างแท่งจะไม่สนิท และมีช่องว่างเล็กๆ เป็นรูพรุนเกาะติดกันเป็นแผง ประมาณ 6,000-8,000 ต่อไข่ 1 ใบ ซึ่งจะมีประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนแก๊สและการระเหยของน้ำ ออกจากฟองไข่ในขณะฟัก ซึ่งชั้นนอกสุดของเปลือกไข่ จะมีสารอินทรีย์ เรียกว่า cuticle เคลือบที่ผิวของเปลือกไข่ทั้งหมด โดยเปลือกไข่แต่ละฟองนั้น ถูกสร้างด้วยแคลเซียมประมาณ 2 กรัม “วิธีการทำนั้นไม่ยุ่งยาก นำเปลือกไข่ไปล้างให้สะอาด อย่าให้มีเนื้อไข่ติด ผึ่งแดดให้แห้ง และนำมาคั่วหรือย่างไฟ แล้วบดเป็นผงให้ละเอียด จากนั้นเท่น้ำลงไปผสม ทิ้งไว้สักพักประมาณ15-20 นาที สุดท้ายกรองเอาน้ำมาฉีดพ่นไล่มดได้เลย หรืออีกวิธีหนึ่ง นำเปลือกไข่ที่ผ่านการคั่วหรือย่างพร้อมบดละเอียด มาร่อนเอาเฉพาะผงฝุ่นของเปลือกไข่ ต่อจากนั้นนำดินสอพอง
และปูนปลาสเตอร์ ผสมกับเปลือกไข่อย่างละเท่าๆ กัน พร้อมคลุกเคล้าให้ทั่ว เติมน้ำเล็กน้อย จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมายอดใส่ชาภนะที่เป็นแท่ง เช่น หลอดชาไข่มุก แล้วนำไปตากแดดจนส่วนผสมแข็งเป็นแท่ง จะได้ชอล์กที่มีลักษณะคล้ายตามท้องตลาด” ภญ.ดร.สุภาพร ระบุด้วยว่า คนโบราณมีวิธีไล่มดง่ายๆ อีกหลายวิธี อย่างการนำ “ขมิ้น” มาตำจนละเอียด จากนั้นเทน้ำมันก๊าดผสมลงไป ผสมให้เข้ากัน แล้วใช้โรยบริเวณที่มีมด มดจะหนีหายไปหมด ซึ่งมักจะพบมดตามที่แห้งบริเวณที่เป็นซอกหรือรอยแตกของพื้นปูน พื้นไม้ หรือตามต้นไม้ แม้แต่ในบ้านอยู่ตามเสื้อผ้า ก็สามารถเป็นรังของมดได้ “ถ้าใครไม่มีเวลาว่างทำตามขั้นตอน เพียงแค่นำเปลือกไข่ที่ย่างไฟวางบริเวณที่มีมดเดินผ่าน เท่านี้ก็สามารถไล่มด โดยมดจะขนไข่หนีออกจากบริเวณนั้น” ภญ.ดร.สุภาพร อธิบายอีกว่า เหตุที่มดขนไข่หนีหรือย้ายรังนั้น เนื่องมาจากฤทธิ์ความเป็นด่าง เพราะการนำเปลือกไข่ที่คั่วหรือย่างไฟ มาผสมกับน้ำจะได้แคลเซียลไฮดรอกไซด์ จึงเป็นสาเหตุให้วิธีการดังกล่าวสามารถขับไล่มดได้ ซึ่งรับรองปราศจากสารเคมีอย่างแน่นอน อีกทั้งราคาก็ไม่แพงด้วย “อีกวิธีหนึ่ง คือ ธรรมชาติของมดไม่ชอบกลิ่นมิ้นต์ และการบูร เป็นอย่างมาก เมื่อนำ

การบูรมาโรยให้ทั่วบ้าน หรือน้ำมันกลิ่นมิ้นต์มาทาไว้ โดยเฉพาะในห้องครัวที่มักจะมีมดเข้ามาหาแหล่งอาหารของมัน การใช้วิธีนี้นอกจากจะทำให้ขับไล่มดไม่ให้เข้ามาในบ้านแล้ว ยังช่วยทำให้บ้านมีกลิ่นหอมอีกด้วย” ไม่ว่าจะเป็น “เปลือกไข่-ขมิ้น-การบูร” ล้วนเป็นสิ่งที่หาได้ไม่ยาก หากใครกำลังมองหาวิธีจัดการเจ้ามดตัวน้อยที่อาจสร้างภัยให้กับคนในบ้าน โดยเพาะเด็กเล็ก เป็นวิธีที่น่าสนใจไม่เบาเลยทีเดียว แต่สิ่งสำคัญของเหลือใช้ และยังใกล้ตัวอย่าง “เปลือกไข่” ที่ดูไม่มีคุณค่าทางสารอาหารแก่มนุษย์นั้น กลับมีคุณประโยชน์อย่างอื่นแอบแฝงอยู่อย่างน่าทึ่ง รับรองว่าปราศจากสารเคมี ทำใช้เองได้ภายในครัวเรือน และเป็นวัสดุหาง่าย อีกทั้งยังราคาไม่แพงอีกด้วย ถือเป็น "ภูมิปัญญาชาวบ้าน" จริงๆ“


  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

ปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับต้องแก้ไขด้วย เคล็ดลับสุดเด็ด

สวัสดีค่า คุณแม่ ต้องขอโทษที่หายไปนานเลย แต่กลับมาคราวนี้ก็มาพร้อมกับความรู้อีกเช่นเคย ค๊าาา

ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูฝนแล้ว คิดว่าคุณแม่ส่วนใหญ่คงพบกับปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับกันเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น
แน่นอนว่าวันนี้ Good MaMee มีวิธีการง่าย ๆ มาแนะนำเหล่าคุณแม่มือใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาเสื้อผ้าเด็กและเสื้อผ้าคุณผู้ชายเหม็นอับกันนะค๊าา

        ปัญหาผ้าเหม็นกลิ่นอับ จริงๆ แล้ว ไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศอับชื้นเพียงอย่างเดียว แต่การหมักผ้าที่ปั่นเสร็จแล้วไว้ในเครื่องซักผ้าข้ามคืน หรือการเก็บผ้าพับเข้าตู้ทั้ง ๆ ที่ผ้ายังแห้งไม่สนิทดี รวมทั้งปัญหาเชื้อราในเครื่องซักผ้าเองก็มีส่วนทำให้เสื้อผ้าของเราเหม็นอับได้เหมือนกัน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับเป็นปัญหาใหญ่ของเราเลยก็ว่าได้ ฉะนั้นเราก็ควรหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยวิธีเหล่านี้กันเลยค่ะ

กำจัดเชื้อราในเครื่องซักผ้า
          อย่างที่บอกว่าเครื่องซักผ้าก็อาจจะมีเชื้อราที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นอับบนเสื้อผ้าได้เหมือนกัน เราก็เลยต้องป้องกันเอาไว้ก่อนด้วยการเดินเครื่องซักผ้าเปล่า ๆ ในระบบน้ำร้อนตามปกติ จากนั้นก็สอดส่องดูเชื้อราและคราบสกปรกที่ติดอยู่ที่บริเวณถังซักผ้า ถ้าพบว่ามีเชื้อราอยู่ ให้ผสมสารฟอกขาวกับน้ำสะอาด แล้วนำผ้าหรือฟองน้ำมาจุ่มสารละลายที่ผสมไว้ เสร็จแล้วก็นำไปเช็ดทำความสะอาดเชื้อราที่ติดอยู่กับตัวถังให้หมดไป เมื่อเรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมเปิดฝาเครื่องซักผ้าทิ้งไว้ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกด้วยนะจ๊ะ


วิธีกำจัดกลิ่นอับบนเสื้อผ้า
          ตามปกติถ้าเสื้อผ้ามีกลิ่นเหม็นอับ เราก็จะนำเสื้อผ้าเหล่านั้นไปซักทำความสะอาดอีกครั้ง เพื่อกำจัดกลิ่นอับให้หมดไป และตากแดดให้ช่วยฆ่าเชื้อ แต่ถ้าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล ให้ลองกำจัดกลิ่นอับบนเสื้อผ้าด้วยวิธีอื่นดู เช่น

เติมน้ำส้มสายชู
          ถ้าจะนำผ้าไปซักอีกครั้ง ให้ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวงลงไปกับน้ำยาซักผ้าด้วย หรือถ้าผ้าที่คุณซักเป็นผ้าขาว จะผสมน้ำยาฟอกขาวลงไปแทนน้ำส้มสายชูก็ได้ แต่สำหรับผ้าหนา เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือผ้ายีนส์ อาจจะนำผ้าเหล่านี้ไปแช่น้ำที่ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วงตวงต่อน้ำ 1 แกลลอน หรือน้ำยาฟอกขาว สัก 2-3 ชั่วโมงก่อนนำไปซักตามปกติ และใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นหอม ๆ เสร็จแล้วก็นำผ้าไปตากในที่ที่มีแดดจ้า หรืออย่างน้อย ๆ ก็ตากในที่ที่มีลมโกรกอยู่ตลอดก็ได้จ้า

 แก้ปัญหาเสื้อผ้าเหม็นอับ ด้วยเคล็ดลับสุดเด็ด
 เคล็ดลับกำจัดเชื้อราที่ติดอยู่บนผ้า

ขจัดเชื้อราด้วยมะนาวและเกลือ
          ถ้ามีเชื้อราเป็นจุดดำ ๆ เกิดขึ้นบนเสื้อผ้า ให้คุณบีบน้ำมะนาวลงบนคราบจนชุ่ม จากนั้นก็โรยเกลือทับลงไปบนคราบ แล้วก็นำผ้าไปตากแดดให้น้ำมะนาวและเกลือแห้งสนิทก่อนจะนำไปซักตามปกติ

  ป้ายน้ำสบู่และผงปูนขาว
          ถ้าน้ำมะนาวเอาไม่อยู่ อาจจะชุบผ้าตรงที่มีเชื้อราเป็นจุดดำ ๆ ให้พอเปียก แล้วก็นำสบู่ไปถูบนคราบให้ทั่ว เสร็จแล้วก็นำผงปูนขาวไปโรยลงบนคราบ ขัดถูอีกสักหน่อยแล้วค่อยนำไปซักตามปกติ หรือถ้าเชื้อราติดฝังแน่นบนเสื้อผ้ามาก ให้คุณผสมน้ำสะอาด 2 ช้อนชา กับผงปูนขาว 1 ช้อนชา และผงซักฟอก 2 ช้อนชาเข้าด้วยกัน ก็จะได้ครีมเหนียว ๆ เอาไว้ป้ายลงบนจุดเชื้อราสักพัก จากนั้นก็ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำเสื้อผ้าไปตากแดดจัด ๆ ให้แห้งสนิท

  จัดการด้วยแป้งผสมน้ำมะนาว
          แป้งข้าวเจ้า หรือแป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนชา นำมาผสมกับน้ำ 2 ช้อนชา และน้ำมะนาวครึ่งลูกกับเกลือ คนให้เข้ากัน แล้วนำมาป้ายลงบนผ้าที่มีเชื้อราทั้ง 2 ด้าน แล้วก็นำไปตากแดดจัด ๆ ให้แห้งสนิท จากนั้นนำเสื้อผ้าไปซักตามปกติก็จะช่วยให้เชื้อราและกลิ่นอับหมดไปได้เช่นกันจ้า

          นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถนำผ้าที่มีเชื้อรา และกลิ่นอับไปแช่ในนมเปรี้ยว ทิ้งเอาไว้ข้ามคืน แล้วค่อยนำเสื้อผ้าไปซักตามปกติก็ได้ด้วยนะคะ เห็นไหมล่ะว่ากลิ่นอับบนเสื้อผ้ากำจัดง่ายนิดเดียว แถมยังสามารถกำจัดเชื้อราบนเสื้อผ้าเราได้อีกด้วยเนอะ





  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

เด็กเล็กระวัง "ไวรัสอาร์เอสวี"

เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV : Respiratory Syncytial Virus) คือไวรัสลงปอดตัวสำคัญ มักระบาดในช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้เด็กมีอาการไข้สูง ไอมีน้ำมูก มีอาการหอบจากปอดบวม เป็นนานประมาณ 1 อาทิตย์ โดยพบมากในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน



เมื่อต้นปี 2553 นิตยสารแลนเซต ประเทศอังกฤษ รายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสตัวนี้ว่า ทำให้เด็กเป็นปอดบวม หรือปอดอักเสบ เสียชีวิตปีละ 2 แสนราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 99 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 33.8 ล้านคน ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 3.4 ล้านคน 

สำหรับประเทศไทย เฉพาะปี 2552 มีเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ราว 1 ใน 4 ติดไวรัสชนิดนี้ รวมกว่า 1 หมื่นราย

กรมควบคุมโรคระบุว่า ไวรัสอาร์เอสวีนอกจากทำให้เกิดโรคปอดบวม หรือปอดอักเสบ และโรคระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงในกลุ่มทารกที่คลอดก่อนกำหนดอีกด้วย

ช่วงเวลาที่ระบาด 

ช่วงปลายฝนต้นหนาวที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลง ประมาณเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายนของทุกปี

อาการของโรค

เริ่มจากเด็กเป็นไข้หวัดธรรมดาก่อน อาจมีไข้ต่ำๆ ไอ มีน้ำมูก ต่อมาไข้สูงขึ้น หายใจลำบาก เด็กซึมลง ไม่กินน้ำ ไม่กินนม มีไข้สูง ไอ หายใจหอบเร็ว และมีเสียงหวีด หรือฮื๊ด ซึ่งเป็นสัญญาณของอาการปอดบวม ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน มิฉะนั้นอาจเสียชีวิตได้

การป้องกัน

โดยเฉพาะโรคทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม เนื่องจากจะติดต่อกันง่าย เพราะเด็กวัยนี้ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เมื่อมีเด็กป่วย 1 คน อาจลุกลามได้ทั้งศูนย์เด็กเล็ก

มาตรการสำคัญในการป้องกัน คือการล้างมือให้เด็กเล็กบ่อยๆ และพี่เลี้ยงเด็กต้องล้างมือบ่อยๆ เช่นกัน เมื่อมีเด็กป่วย หากเป็นไปได้ให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน หากไม่สามารถรับกลับบ้านได้ ให้แยกเด็ก และแยกเครื่องใช้ของเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค

หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในสถานที่แออัด ไม่พาเด็กไปใกล้คนป่วย หรือผู้ที่กำลังเป็นหวัด เด็กที่เลี้ยงในห้องแอร์ หรืออยู่ในที่มีอากาศเย็น เช่น ในฤดูฝน หรือฤดูหนาว ขอให้ดูแลความอบอุ่น ใส่เสื้อผ้าหนาๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

กฎหมายสิทธิเด็ก

วันนี้ Good Mamee มีเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายสิทธิเด็กมาฝากคุณแม่ค่ะ

กฎหมายสิทธิเด็ก มีที่มาจากอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child) ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้กำหนดสิทธิพื้นฐานของเด็กไว้ 4 ประการ คือ

1.สิทธิที่จะมีชีวิตรอด เป็นสิทธิที่จะได้รับการเลี้ยงดูทั้งทางร่างกาย จิตใจ ตลอดจนที่อยู่อาศัยให้เกิดความปลอดภัย และต้องได้รับการดูแลด้านสุขภาพจากบริการทางการแพทย์

2.สิทธิที่จะได้รับการพัฒนา เด็กทุกคนต้องได้รับสิทธิรับการศึกษาที่ดี ได้รับโภชนาการที่เหมาะสม

3.สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครอง เป็นสิทธิที่เด็กทุกคนจะได้รับความคุ้มครองให้รอดพ้นจากการทารุณทุกรูปแบบ เช่น การทำร้าย การนำไปขาย ใช้แรงงานเด็ก หรือแสวงหาประโยชน์มิชอบจากเด็ก

4.สิทธิที่ในการมีส่วนร่วม มีสิทธิที่จะแสดงออกและแสดงความคิดเห็นต่อสังคมในเรื่องที่มีผลกระทบกับเด็ก กฎหมายสิทธิเด็กดังกล่าวปัจจุบันหลายประเทศได้ยอมรับและนำมาอนุวัติบัญญัติเป็นกฎหมายภายในของแต่ละประเทศสมาชิกเป็นจำนวนมาก และประเทศไทยก็รับหลักการดังกล่าวมาบัญญัติเป็นกฎหมายภายในชื่อว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพและป้องกันการละเมิดสิทธิเด็กไว้หลายประการ ครอบคลุมสิทธิเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กข้างต้น โดยสรุปประเด็นสำคัญดังนี้

1.คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก กฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการทำหน้าที่ดำเนินการและให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กเพื่อดำเนินการให้การคุ้มครองสิทธิเด็กเกิดเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

2.การปกป้องคุ้มครองเด็ก กฎหมายได้กำหนดหน้าที่ของผู้ปกครองและบุคคลผู้เกี่ยวข้องให้ต้องปฏิบัติต่อเด็กที่เหมาะสมไว้อย่างชัดเจน และผู้ฝ่าฝืนย่อมมีโทษทั้งทางปกครองและทางอาญา เช่น ผู้ปกครอง กฎหมายกำหนดหน้าที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน ตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ

ผู้ปกครองต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้
(1) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานพยาบาล หรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็ก หรือที่สาธารณะ หรือสถานที่ใด โดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน

(2) ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใดๆ โดยไม่จัดให้มีการป้องกันดูแลสวัสดิภาพ หรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม

(3) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิต หรือสุขภาพอนามัยจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

(4) ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการของเด็ก

(5) ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ

บุคคลทั่วไป กฎหมายบัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการดังต่อไปนี้ ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม คือ

(1) กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

(2) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีวิต หรือการรักษาพยาบาลแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของตน จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก

(3) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด

(4) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของเด็ก เว้นแต่เป็นการกระทำของทางราชการ หรือได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้ว

(5) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทาน หรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก

(6) ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทำงาน หรือกระทำการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก

(7) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬา หรือให้กระทำการใด เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโต หรือพัฒนาการของเด็ก หรือมีลักษณะเป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก

(8) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใด หรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน สถานค้าประเวณี หรือสถานที่ที่ห้ามมิให้เด็กเข้า

(9) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด

(10) จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏิบัติทางการแพทย์

(11) ห้ามโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

  กฎหมายคุ้มครองเด็กมีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หากมีกฎหมายอื่นที่มีโทษหนักกว่าต้องลงโทษตามกฎหมายนั้น เช่น การทารุณเด็กได้รับอันตรายสาหัสหรือตายก็ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญาฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส หรือฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งมีโทษจำคุกหกเดือนถึงสิบปี หรือโทษประหารชีวิต แล้วแต่กรณี


  และขอทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า กฎหมายยังกำหนดหน้าที่ของผู้พบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่มีการทำทารุณกรรมต่อเด็กให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุแล้วพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กได้โดยเร็วที่สุด และกฎหมายก็บัญญัติคุ้มครองผู้แจ้งเหตุที่กระทำโดยสุจริตให้ได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางปกครองแต่อย่างใด





  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

โอ้ย !! วันนี้อากาศร้อนถึง 40 องศ C ใครจะเชื่อค่ะเนื้ย

สวัสดีคร้าาา

คุณแม่คนสวยทั้งหลาย ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้อากาศจะร้อนถึง 40 C.  ประเทศไทยเป็นอะไรแล้วค่ะเนื้ย

วันนี้ Good MaMee เลยตัดสินใจไปหาซื้อเสื้อผ้าเด็กสำหรับใส่ลงสระ ก็ชุดว่ายน้ำเด็กนั้นแหละคร้าาาา
คุณแม่พร้อมลงสระแล้วเหลือก็แต่คุณลูกสาวนั้นแหละคะ

ว่าแล้วก็เปิดหาร้านขายเสื้อผ้าเด็กออนไลน์ เป็น Google เพราะง่ายต่อการหาซื้อและราคาก็โออยู่ค่ะเห็นภาพชุดว่ายน้ำเด็กน่ารักน่าัรัก โอ้ย Good MaMee อยากกลับไปเป็นเด็กอีกที เลยเอารูปมาฝากคุณแม่ทั้งหลายคร้าาาา

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก





ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก



ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก

ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก




ภาพจาก ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก


คุณแม่ชักจะไม่ปลื้มคุณลูกแล้วใช่รีเปล่า ( สวยกว่าคุณแม่อีก )

วันนี้ Good Mamee ลาไปก่อนคร้าาาา




  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS